Home / สาระน่ารู้ / ส้มเนื้อแดง สวยแปลกตามากประโยชน์ อุดมไปด้วยสารอาหารหลายชนิด

ส้มเนื้อแดง สวยแปลกตามากประโยชน์ อุดมไปด้วยสารอาหารหลายชนิด

เกรปฟรุตแต่กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นเพราะมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพมากมายเช่นช่วยลดน้ำหนักเพิ่มกากใยอาหารให้แก่ร่างกายหรือลดระดับไขมันในเลือด เป็นต้นเกรปฟรุตผลไม้ที่หลายๆคนคิดว่าคือส้มโอแต่ความจริงแล้วเกรปฟรุตเป็นญาติสนิทของส้มโอเท่านั้นจะเป็นยังไงไปดูกันเลย Grapefruit เป็นผลไม้ตระกูล Citrus เช่นเดียวกับส้มโอของบ้านเราและมีรสชาดที่ใกล้เคียงกัน แต่ความจริงแล้วส้มโอในบ้านเราเป็นผลไม้ตระกูล Citrus (Citrus grandis) ที่มีชื่อว่า Pomelo หรือ Citrus maxima ขณะที่ เกรปฟรุต ซึ่งเป็นผลไม้ตระกูล Citrus (Citrus × paradisi) เช่นเดียวกัน เป็นผลไม้ซึ่งเพิ่งเกิดขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 17 เท่านั้น โดยเป็นผลไม้ที่เกิดจากการผสมระหว่าง Pomelo หรือส้มโอกับผลไม้ตระกูล Citrus อีกชนิดหนึ่งคือ Sweet Orange (C. sinesis) ทั้ง Pomelo และ Sweet Orange ล้วนเป็นผลไม้ท้องถิ่นของทวีปเอเซีย แต่ถิ่นกำเนิดของเกรปฟรุตกลับอยู่ที่ประเทศ Jamaica ในทวีปอเมริกา สาเหตุเนื่องจากเป็นการผสมข้ามพันธ์ของผลไม้2ชนิดที่ถูกส่งไปขายจากทวีปเอเชียโดยไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าเกิดขึ้นโดยบังเอิญหรือใครเป็นผู้ผสม

ส่วนที่มาของชื่อเกรปฟรุตหลายๆคนเชื่อว่ามาจากลักษณะของผลเกรปฟรุตที่เป็นพวงคล้ายองุ่นแต่บางคนก็เชื่อว่ามีที่มาจากชื่อ Citrus maxima ซึ่งแปลว่าส้มผลใหญ่หรือเกรปฟรุตและค่อยๆเพี้ยนเป็นเกรปฟรุตลักษณะของต้นเกรปฟรุตต้นเกรปฟรุตเป็นไม้ผลยืนต้นสูงโดยเฉลี่ยประมาณ5-6เมตรและสามารถสูงได้ถึง 13-15 เมตรลักษณะของใบเกรปฟรุตเป็นใบสีเขียวเข้ม รูปร่างยาวและเรียว ส่วนดอกเป็นสีขาวมี 4 กลีบลักษณะของผลเกรปฟรุต ภายนอกผลเปลือกสีเหลืองรูปกลมแป้นๆเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 10-15 เซนติเมตร เนื้อด้านในแบ่งเป็นกลีบออกสีเหลือง Grapefruit (เกรปฟรุต) เป็นผลไม้เขตร้อนในตระกูลส้มที่เกิดจากการผสมระหว่างส้มโอและส้มเช้ง ทำให้ลักษณะดูคล้ายกัน มีรสชาติออกเปรี้ยวอมหวานเล็กน้อย และอุดมไปด้วยสารอาหารหลายชนิด โดยเฉพาะวิตามินเอ วิตามินซี สารต้านอนุมูลอิสระ และเส้นใยอาหาร อีกทั้งยังมีแคลอรี่น้อยและมีน้ำตาลต่ำ จึงเป็นผลไม้ที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และอาจลดความเสี่ยงในการเกิดโรคบางอย่างได้ โดยมีงานค้นคว้าในด้านต่างๆ มากมาย ดังนี้

สุขภาพหัวใจ Grapefruit เป็นผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญต่อการทำงานของหัวใจอยู่หลายชนิดโดยเฉพาะโพแทสเซียมโดยหลายคนเชื่อกันว่าการรับประทานGrapefruitเป็นประจำอาจช่วยลดปัจจัยเสี่ยงที่นำไปสู่การเกิดโรคหัวใจเช่นภาวะความดันโลหิตสูงไขมันในเลือดสูงเป็นต้นโดยงานวิจัยหนึ่งได้ทดลองให้อาสาสมัครชายหญิงที่มีภาวะไขมันในเลือดสูงและเพิ่งเข้ารับการผ่าตัดบายพาสหัวใจรับประทานผล Grapefruit สีแดงหรือสีขาวเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับประทานเป็นเวลาต่อเนื่อง30วันโดยรับประทานควบคู่กับมื้ออาหารปกติพบว่าอาสาสมัครที่รับประทาน Grapefruit มีระดับไขมันในเลือดลดลงในขณะที่กลุ่มที่ไม่ได้รับประทานกลับไม่พบการเปลี่ยนแปลงใดๆ

ลดน้ำหนักมีงานวิจัยหนึ่งศึกษาเกี่ยวกับผลการรับประทาน Grapefruit พบว่าผู้ป่วยโรคอ้วนที่มีระบบเผาผลาญอาหารผิดปกตินั้นมีน้ำหนักตัวลดลงหลังจากรับประทานผลิตภัณฑ์ชนิดต่างๆจาก Grapefruit ก่อนอาหารแต่ละมื้อวันละ 3 ครั้งเป็นเวลา12สัปดาห์เมื่อเทียบกับกลุ่มอื่นๆโดยเฉพาะกลุ่มที่รับประทานผลสดซึ่งมีน้ำหนักตัวลดลงมากที่สุดโดยลดลงประมาณ 1.6 กิโลกรัม ตามมาด้วยกลุ่มที่บริโภคน้ำ Grapefruit และผลิตภัณฑ์สารสกัดจาก Grapefruit

โรคเบาหวาน จากงานวิจัยหนึ่งที่ศึกษาเกี่ยวกับผลการรับประทาน Grapefruit ต่อภาวะดื้อต่ออินซูลินในผู้ป่วยที่มีภาวะอ้วนลงพุง โดยให้รับประทาน Grapefruit ในรูปแบบของผลสด น้ำคั้น และสารสกัด ก่อนมื้ออาหารประมาณครึ่งลูกเป็นเวลา 12 สัปดาห์ เมื่อตรวจระดับน้ำตาลในเลือดพบว่าอาสาสมัครที่รับประทาน Grapefruit มีระดับน้ำตาลในเลือดและภาวะดื้อต่ออินซูลินลดลงเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับประทาน โดยเฉพาะกลุ่มที่รับประทานผลสดของ Grapefruit ขณะเดียวกันงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งที่ศึกษาประสิทธิผลของการรับประทานผลไม้ต่อความเสี่ยงของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 พบว่าการรับประทานผลไม้ 200 กรัมต่อวัน ช่วยให้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น และลดความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2 แม้ว่า Grapefruit จะดีต่อระดับน้ำตาลในเลือดและสุขภาพโดยรวม แต่ก็ควรเลือกรับประทานผลสดของ Grapefruit เพราะน่าจะได้ประโยชน์ด้านโภชนาการสูงกว่ารูปแบบอื่น หากเป็นน้ำ Grapefruit ก็ควรดื่มในปริมาณที่พอเหมาะต่อวัน โดยเลือกชนิดไม่เติมน้ำตาลหรือสารปรุงแต่งใด ๆ ทั้งนี้ ผู้ป่วยโรคเบาหวานหรือมีความเสี่ยงต่อโรคนี้ ควรปรึกษาแพทย์ถึงวิธีรับประทานอาหารที่ถูกต้องควบคู่ไปด้วย
ข้อควรระวังในการรับประทาน 1.ผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมหรือมีความเสี่ยงในการเกิดโรคนี้ไม่ควรดื่มน้ำ Grapefruit ในปริมาณมากโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะมีรายงานระบุว่าการดื่มน้ำ Grapefruit ทุกวัน อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งเต้านมได้ประมาณ 25-30 เปอร์เซ็นต์ แต่ยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมในด้านนี้อีกมาก

2.หญิงตั้งครรภ์และผู้ที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร ควรหลีกเลี่ยงการรับประทาน Grapefruit เพราะไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะสรุปได้ว่าปลอดภัยต่อคุณแม่และทารกหรือไม่ 3.ผู้ป่วยโรคมะเร็งหรือมีภาวะที่ตอบสนองต่อฮอร์โมน ควรระวังในการรับประทาน Grapefruit เพราะอาจส่งผลให้ระดับฮอร์โมนสูงขึ้นจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

นอกจากนี้ ควรเพิ่มความระมัดระวังในการรับประทาน Grapefruit เพื่อจุดประสงค์ทางการแพทย์ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือใช้ยาเป็นประจำ เพราะ Grapefruit ประกอบด้วยสารยับยั้งเอนไซม์ Cytochrome P450 ที่มีหน้าที่ย่อยสลายยา จึงอาจเสี่ยงต่อการเกิดปฏิกิริยากับยาบางกลุ่ม เช่น 1.ยากดภูมิคุ้มกัน หรือยาป้องกันปฏิกิริยาต่อต้านอวัยวะใหม่ในการปลูกถ่ายอวัยวะ 2.ยากลุ่มเบนโซไดอะซีปีน 3.ยาลดความดันโลหิตในกลุ่มแคลเซียมแชนแนลบล็อกเกอร์ เช่น ยาไนเฟดิปีน เป็นต้น 4.ยาลดไขมันในเลือดกลุ่มสแตติน เช่น ยาซิมวาสแตติน ยาอะทอร์วาสแตติน เป็นต้น 5.ยากลุ่มคาร์บามาซีปีน 6.ยาต้านไวรัสกลุ่มอินดินาเวียร์ 7.ยารักษาทางจิตเวช

Facebook Comments

Check Also

ผลลัพธ์ดีเกินคาด วิธีแก้ เท้าดำ จากวิธีธรรมชาติ

เชื่อว่าหลายๆคนก็รู้กันดีอยู่แล้วว่าผักและผลไม้ต่างๆก็ล้วนมีประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพและมีผลไม้บางชนิดที่ถูกยกยอว่าเป็นซูเปอร์ฟู้ดที่กินอย่างไรก็ได้ประโยชน์ยอดเยี่ยมไม่ว่าจะเป็นมะเฟืองทับทิมหรืออะโวคาโด แม้แต่ผลไม้ที่มีรูปร่างแปลกตาทั้งเนื้อนอกและเนื้อในอย่างแก้วมังกรก็เป็นหนึ่งในสุดยอดผลไม้เพื่อสุขภาพเช่นเดียวกัน และวันนี้เราก็จะมาย้ำกันให้ชัดๆถึงประโยชน์ที่โดดเด่นของแก้วมังกรที่เห็นแล้วไม่ควรพลาดบอกเลยว่าเด็กกินได้ผู้ใหญ่กินดีจนต้องมีไว้ติดบ้านเลยล่ะค่ะ ควบคุมน้ำตาลได้ดีเยี่ยมผู้ป่วยเบาหวานอย่ามองข้าม แก้วมังกรขึ้นชื่อว่าเป็นผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูงซึ่งไฟเบอร์เป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยลดภาวะระดับน้ำตาลในเลือดผกผัน เหมาะจะเป็นผลไม้สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานอย่างยิ่ง แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม ยังไงก็ควรที่จะอยู่ภายใต้การแนะนำของแพทย์จะดีที่สุด เพราะถ้ารับประทานมากไปก็อาจจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำจนเป็นอันตรายได้นะ บำรุงผมทำสีให้เงางามนุ่มสลวยน้ำแก้วมังกรเป็นอีกสูตรลับที่ช่วยบำรุงรักษาผมที่ผ่านการทำสีให้มีสุขภาพดี แค่เพียงผสมน้ำแก้วมังกรลงในครีมนวดผมหรือทรีตเมนต์ หมักทิ้งเอาไว้แล้วล้างออก ก็จะช่วยให้รูขุมขนบนศีรษะเปิดและทำให้ต่อมผมเปิด ช่วยให้ผมได้รับการบำรุงอย่างเต็มที่ค่ะ …