Home / สาระน่ารู้ / 10 ประโยชน์ของไข่ต้มอาหารธรรมดาๆ ที่มีคุณค่ามหัศจรรย์มากมาย

10 ประโยชน์ของไข่ต้มอาหารธรรมดาๆ ที่มีคุณค่ามหัศจรรย์มากมาย

อาหารที่ช่วยบำรุงร่างกายเราได้ไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงเลยค่ะอย่างเช่นไข่ต้มที่นอกจากจะอร่อยหาง่ายและมีราคาถูกแล้วยังอุดมไปด้วยสารอาหารดีๆที่มีประโยชน์เพียบ เรียกได้ว่าแค่กินไข่ต้มวันละฟองก็ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ร่างกายต้องการเกือบจะครบถ้วนแถมยังช่วยบำรุงสุขภาพได้มากมายเลยด้วยรู้อย่างนี้แล้วเราเลยอยากชวนไปดูกันว่าประโยชน์ของไข่ต้มมีดีแค่ไหน

ประโยชน์ของไข่ต้มสุก ที่คนรักสุขภาพกดไลก์รัว ๆ1. อุดมไปด้วยสารอาหารที่ร่างกายต้องการ
ไข่ต้มสุกนั้นอุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายของเรามากมาย ทั้งโปรตีน สังกะสี วิตามินเอวิตามินบี1บี2บี6บี12วิตามินดี วิตามินอี ธาตุเหล็ก สังกะสี แคลเซียม ฟอสฟอรัส กรดโฟลิก เลซิทิน ลูทีน และซีแซนทีน ซึ่งสารอาหารเหล่านี้จะช่วยให้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้นบอกได้เลยว่าแค่กินไข่ต้มวันละฟองก็จะช่วยให้ร่างกายร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ได้ แต่ถ้าจะให้ดีที่สุดก็ควรกินไข่ต้มร่วมกับอาหารประเภทอื่น ๆ ให้ครบทั้ง 5 หมู่ด้วยนะคะ

2. ปลอดภัยกว่ากินไข่ดิบ การกินไข่ดิบ ๆ หรือไข่ที่ยังไม่สุกดี ไม่ดีต่อร่างกายเราอย่างมากเลยนะคะ เพราะร่างกายของเรานั้นจะย่อยไข่ที่ไม่สุกได้ค่อนข้างยาก และไข่ขาวที่ไม่สุกยังไปขัดขวางการดูดซึมไบโอตินที่เป็นวิตามินบีชนิดหนึ่งในลำไส้ของเรา ทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมวิตามินบีไปใช้ได้อย่างเต็มที่ แถมที่สำคัญการกินไข่ดิบยังมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของเราอีกด้วย ฉะนั้นแล้วการกินไข่ต้มสุกจึงถือเป็นการเลือกกินอาหารที่ดี มีประโยชน์ และปลอดภัยต่อร่างกายเราได้มากกว่าไข่ดิบนั่นเองค่ะ

3. ช่วยสร้างกล้ามเนื้อไข่ต้มเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนโดย 1 ฟองมีโปรตีนอยู่ถึง6กรัม ซึ่งในโปรตีนนั้นมีกรดอะมิโนที่ช่วยเสริมสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อให้กับร่างกายอยู่ ดังนั้นหากใครอยากมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงก็ควรกินไข่ต้มบ่อย ๆ โดยเฉพาะคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ ซึ่งมีโอกาสกล้ามเนื้อฉีกขาดได้ง่าย คนที่ออกกำลังกายจึงควรกินโปรตีนเยอะ ๆ เพื่อไปซ่อมแซมกล้ามเนื้อที่ฉีกขาดเหล่านั้น อย่างที่เรามักจะเห็นหลายคนชอบกินไข่ต้มเป็นประจำหลังออกกำลังกายเสร็จนั่นล่ะค่ะ

4. เสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง หากอยากเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง ร่างกายของเราจำเป็นต้องได้รับแคลเซียมและฟอสฟอรัสมาก ๆ ซึ่งในไข่ก็มีแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูงพอสมควร แถมยังมีวิตามินดี (วิตามินที่ส่วนมากได้รับจากแสงแดด) ซึ่งวิตามินดีมีหน้าที่หลักคือช่วยดูดซึมและทำให้ร่างกายใช้ประโยชน์จากแคลเซียมและฟอสฟอรัสได้อย่างเต็มที่ ฉะนั้นการกินไข่ต้ม จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกของเราให้แข็งแรงได้ หรือจะกินไข่ต้มพร้อมกับนมรสจืด เติมแคลเซียมแบบคูณสองให้กระดูกแข็งแรงยิ่งขึ้น ลดความเสี่ยงโรคกระดูกพรุนไปเลยค่ะ
5. เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ทั้งวิตามินเอ วิตามินดี และธาตุเหล็ก เป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มในร่างกายของเราให้แข็งแรงและยังช่วยให้การผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงเป็นไปอย่างปกติอีกด้วย ดังนั้นการกินไข่ต้มที่อุดมไปด้วยสารอาหารทั้ง 3 ชนิดสูง จึงช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายของเราได้ค่ะ

6. บำรุงเล็บและเส้นผมไข่ต้มนอกจากจะเป็นแหล่งโปรตีนแล้ว ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินดี ธาตุเหล็ก สังกะสี และกำมะถันในปริมาณมาก ซึ่งทั้งหมดเป็นสารอาหารที่ช่วยบำรุงเส้นผมและเล็บของเราให้แข็งแรง ไม่หลุดร่วงหรือเปราะบางได้ง่าย ๆ นะคะ
7. บำรุงสายตารู้ไหมคะว่าเพียงแค่เรากินไข่ต้มเป็นประจำสามารถป้องกันจอประสาทตาเสื่อมและลดความเสี่ยงเป็นต้อกระจกลงได้ เนื่องจากในไข่ต้มมีสารอาหารสำคัญที่ช่วยปกป้องดวงตาของเราอย่างลูทีนและซีแซนทีนอยู่ จึงทำให้การกินไข่ช่วยบำรุงสายตาของเราได้นั่นเองค่ะ
8. บำรุงสมองนอกจากการออกกำลังกายและกินอาหารที่ดีมีประโยชน์แล้ว การกินไข่ต้มยังสามารถบำรุงสมองและป้องกันไม่ให้เราเป็นอัลไซเมอร์ด้วยนะคะ เพราะในไข่ 1 ฟอง จะมีโคลีนมากถึง 20% เลยทีเดียว ซึ่งโคลีนเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อกล้ามเนื้อ เยื่อหุ้มเซลล์ เยื่อหุ้มสมอง และเซลล์ประสาท เมื่อได้รับมาก ๆ จะช่วยบำรุงรักษาระบบประสาทและสมองของเราให้แข็งแรง ช่วยส่งเสริมการทำงานของเซลล์สมองในเรื่องความทรงจำ แถมยังช่วยป้องกันไม่ให้ทารกในครรภ์มีอาการผิดปกติในท่อประสาทได้อีกด้วย

9. ช่วยลดและควบคุมน้ำหนักไข่ต้ม 1 ฟองให้พลังงานราวๆ 70-85 กิโลแคลอรีค่ะ ซึ่งจัดว่าให้พลังงานน้อย จึงเป็นเหตุผลดีๆ ที่ทำให้คนเลือกกินไข่ต้มเพื่อลดความอ้วนและควบคุมน้ำหนัก โดยเฉพาะในช่วงมื้อเช้า เพราะนอกจากไข่ต้มจะมีแคลอรีไม่สูงแล้ว โปรตีนในไข่จะช่วยให้แป้งและน้ำตาลถูกย่อยและดูดซึมอย่างช้าๆ ทำให้เราอิ่มนาน ไม่รู้สึกหิวบ่อยๆ จึงกินอาหารมื้ออื่นๆ ได้น้อยลงตามไปด้วย ดังนั้น หากใครคิดจะลดน้ำหนัก ก็อย่าลืมใช้ไข่ต้มเป็นตัวช่วยด้วยนะคะ โดยอาจจะกินไข่ต้มพร้อมกับน้ำส้มคั้นสดๆ แบบน้ำตาลน้อย ก็จะช่วยให้ร่างกายยิ่งดูดซึมธาตุอาหารจากไข่ได้ดีขึ้นด้วย

10. ลดความเสี่ยงโรคหัวใจในไข่ต้มที่เรากินกันนั้น มีไขมันดีหรือไขมันไม่อิ่มตัว อย่างไขมันโอเมก้า 3 อยู่ ซึ่งไขมันตัวนี้ เป็นไขมันที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย ช่วยบำรุงหัวใจให้แข็งแรง และช่วยลดไตรกลีเซอไรด์ในเลือดของเราไม่ให้สูงเกินไป เพราะหากเรามีไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง จะทำให้มีความเสี่ยงโรคหัวใจและมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้น อีกทั้งสารโคลีนที่พบได้มากในไข่ ยังช่วยลดการอักเสบอันเป็นสาเหตุของโรคหัวใจได้อีกด้วย

ส่วนใครที่เชื่อว่าไข่แดงมีคอเลสเตอรอลสูง หากกินทุกวันน่าจะทำให้เสี่ยงเป็นโรคหัวใจได้มากกว่า ต้องขอบอกตรงนี้เลยว่า นพ.กรภัทร มยุระสาคร จากโรงพยาบาลสมุทรสาคร ได้ทำการวิจัยแล้วพบว่าคอเลสเตอรอลที่มีอยู่ในไข่นั้นเป็นคอเลสเตอรอลชนิดที่ดีต่อร่างกาย ดังนั้นจึงหมดห่วงเรื่องคอลเลสเตอรอลในไข่ได้ แถมแพทย์คนดังกล่าวยังบอกอีกด้วยนะ ว่าการกินไข่ยังช่วยลดคอลเลสเตอรอลไม่ดีได้ด้วย
สอดคล้องกับงานวิจัยของสมาคมโรคหัวใจของสหรัฐอเมริกา ที่ระบุว่า การกินไข่วันละ 1 ฟอง ไม่ทำให้คอเลสเตอรอลในเลือดสูงขึ้น เช่นเดียวกับกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา ที่ยืนยันเช่นกันว่า ไข่เป็นแหล่งของโอเมก้า 3 ทั้งกรดไขมัน DHA และ EPA ซึ่งนอกจากจะช่วยในเรื่องการทำงานของสมอง สายตาแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงการเป็นอัลไซเมอร์และโรคหัวใจได้อีกต่างหาก

เห็นไหมล่ะคะว่ากินไข่ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจลงได้จริง ๆ แต่ก็เหมือนกับอาหารทุกอย่างก็คือ เราควรกินอย่างพอดี ไม่มากไปหรือไม่น้อยเกินไปนะคะ
เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงไม่คาดคิดว่าไข่ต้มจะมีประโยชน์มากมายขนาดนี้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะกินแต่ไข่ต้มอย่างเดียวหรือกินวันละกี่ฟองก็ได้ เพราะจริง ๆ แล้ว เราควรกินไข่ต้มในปริมาณที่พอเหมาะตามที่กรมอนามัยแนะนำไว้ก็คือ เด็กอายุ 7 เดือนขึ้นไปถึงวัยสูงอายุ สามารถกินได้วันละครึ่งถึง 1 ฟอง แต่หากเป็นผู้ป่วยเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง ควรกินประมาณ 3 ฟองต่อสัปดาห์ หรือตามคำแนะนำของแพทย์ พร้อมกับกินอาหารประเภทอื่น ๆ ให้ครบ 5 หมู่ด้วย โดยเฉพาะผักและผลไม้ เพื่อจะได้วิตามินซีและใยอาหารที่ไม่มีในไข่ต้ม ได้รับสารอาหารแบบครบถ้วนจริง ๆ ค่ะ

Facebook Comments

Check Also

เปลี่ยน มะพร้าว ให้เป็นมะพร้ าวกะทิ

เชื่อว่าหลายคนคงอาจจะรู้จัก และเคยรับประทานกันมาบ้าง โดยมะพร้าวกะทินั้นเกิดจากการผสมเกสรด้วยฝีมือมนุษย์เป็นการบังคับทำให้มะพร้าวธรรมดาเป็นมะพร้าวกะทิซึ่งมีหลากหลายทางด้วยกัน เกษตรกรหรือนักวิจัยจะมีแบบฉบับของแต่ละคน แต่วันนี้ขอหยิบวิธีการทำมะพร้าวธรรมดา ให้กลายเป็นมะพร้าวกะทิมาให้ทดลองทำกันดู วิธีที่ 1 การทำมะพร้าวกะทิแบบชั่วคราว1.เริ่มจากนำถุงพลาสติกมาหุ้มจั่น (จั่นคือดอกมะพร้าว 1 จั่น คือ 1 ทะลาย)จั่นไหนที่ถูกห่อด้วยถุงพลาสติก …