Home / สาระน่ารู้ (page 58)

สาระน่ารู้

วิธีเอาชนะ ‘ความเครียด’ ในที่ทำงาน

ใครไม่อยากเป็น Office Syndrome ต้องรู้จักวิธีการบริหารจัดการความเครียดในที่ทำงาน เพื่อให้เราสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มาดูกันว่าคุณสามารถเอาชนะความเครียดที่มักตอแยและระรานคุณในที่ทำงานได้อย่างไร • ดื่มน้ำอุ่น เข้าใจว่าอยู่ในเมืองร้อน แต่ไหนๆ ลมหนาวก็เริ่มโชยมาแล้ว ก็ลองหัดดื่มน้ำอุ่นกันดูบ้าง เพราะมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ ทั้งการช่วยขับสารพิษที่สะสมในร่างกาย อันจะเป็นเหตุให้เกิดการปวดเมื่อยเนื้อตัว ปวดหัว เจ็บตามส่วนต่างๆ ที่สำคัญน้ำอุ่นยังช่วยระบบย่อยอาหารให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญสำหรับคุณสาวๆ การดื่มน้ำอุ่นช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้น ลดรอยเหี่ยวย่นอีกต่างหาก จะมัวแต่หวังพึ่งครีมราคาแพงก็คงช่วยอะไรไม่ได้มากเท่ากับการดูแลสุขภาพจากภายใน • ตะโกนให้ดัง เมื่อเกิดความเครียดขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นความเครียดสะสมจากการไม่ถูกชะตากับเพื่อนร่วมงานที่ต้องนั่งเผชิญหน้ากันทุกวัน หรือเป็นความเครียดแบบปัจจุบันทันด่วน เพราะไม่สบอารมณ์ที่บริษัทเพิ่งติดประกาศว่าไม่มีนโยบายขึ้นเงินเดือนให้ในปีหน้า หรือเครียดหนักเมื่ออินเตอร์เน็ตที่ออฟฟิศล่มมาครึ่งค่อนวัน ทำให้ทำงานส่งลูกค้าไม่ทัน ก็จงอย่าอัดอั้น หัดพูดออกมาดังๆ บ้างเพื่อเป็นการระบาย การกรี๊ดหรือร้องตะโกนในห้องน้ำ (ช่วงปลอดคน) จะทำให้คุณรู้สึกโล่งขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ • ยืดเส้นยืดสาย การยืดกล้ามเนื้อแบบง่าย ๆ ที่โต๊ะทำงาน ก็ช่วยให้ร่างกายเราผ่อนคลายได้ เช่น การหมุนคอ การยักไหล่หมุนไหล่ การไขว้และบิดแขน เป็นต้น การเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ ย่อมดีกว่าการนั่งหลังขดหลังแข็งเป็นเวลานาน อ้อ! …

Read More »

ผลสำรวจพบ′คอเหล้าไทย′ เสี่ยงปัญหา′สุขภาพจิต′

พญ.พรรณพิมล วิปุลากร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า กรมได้สำรวจระบาดวิทยาสุขภาพจิตของคนไทยระดับชาติ โดยสำรวจทุก 5 ปี เพื่อศึกษาความชุกและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับโรคทางจิตเวช ปัญหาสุขภาพจิต สารเสพติด และการเข้าถึงบริการของคนไทย โดยครั้งนี้สำรวจกลุ่มตัวอย่างประชากรไทยอายุ 18 ปีขึ้นไปที่อาศัยอยู่ในครัวเรือนส่วนบุคคลอย่างน้อย 3 เดือน เก็บข้อมูลระหว่างเดือนกรกฎาคม-กันยายน พ.ศ.2556 จำนวน 4,727 คน ในภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ และ กทม. โดยใช้เครื่องมือและการดำเนินงานตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก พบว่าโอกาสในการเกิดโรคหรือความชุกของกลุ่มโรคทางอารมณ์ ตลอดช่วงชีวิตของคนไทยเท่ากับร้อยละ 1.9 หรือประมาณ 1 ล้านคน โดยในกลุ่มโรคนี้พบซึมเศร้า ร้อยละ 1.8 หรือประมาณ 9 แสนคน หรืออาจกล่าวได้ว่า ใน 100 คนจะมี 2 คนที่เคยป่วยซึมเศร้าครั้งหนึ่งในชีวิต ขณะที่ความชุกของกลุ่มโรควิตกกังวลพบร้อยละ 3.1 หรือ …

Read More »

ล้วงความคิด “เล็ก รุ่งโรจน์” จากพ่อค้าไอศกรีม สู่สุดยอดผู้บริหาร

“เปอร์สเปกทิฟ” คืนวันอาทิตย์นี้ “เปอร์-สุวิกรม อัมระนันทน์” พาไปรู้จักกับ หนุ่มไฟแรง ที่ประกอบอาชีพอยู่ในวงการโฆษณา ถ้าพูดถึงบริษัทดิจิทัลเอเยนซี่ที่มาแรงที่สุดใน พ.ศ.นี้ ก็เห็นจะเป็น “Rabbit Digital Group ” หรือ “แรบบิท ดิจิทัล กรุ๊ป” บริหารงานโดย “เล็ก-รุ่งโรจน์ ตันเจริญ” ซึ่งเปิดบริษัทมา 8 ปี เริ่มต้นจากพนักงานแค่ 15 คน แต่ช่วง 2 ปีล่าสุด “แรบบิทกรุ๊ป” เติบโตอย่างรวดเร็ว กว่า 400 เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้มีพนักงานมากกว่า 200 คน กับรูปแบบการทำโฆษณาออนไลน์ ซึ่งกำลังได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย แต่เชื่อไหมว่าการประสบความสำเร็จแบบก้าวกระโดดที่ได้มานั้น เขาเริ่มต้นมาจาก “อาชีพขายไอศกรีมแท่งละ 29 บาท” 10 ปีก่อน ช่วงไฟกำลังแรง “เล็ก-รุ่งโรจน์” รวมทีมเพื่อนนิสิตวิศวะจุฬาฯ …

Read More »

รู้แล้วต้องเลี่ยง! แค่ขี้โมโห ก็เสี่ยงโรคร้ายไม่รู้ตัว

ความโกรธ และความโมโห นอกจากจะทำร้ายจิตใจของคนรอบข้างและคนในครอบครัวแล้ว ยังสามารถทำร้ายสุขภาพของตัวเองได้อีกด้วย ยิ่งถ้าหากเป็นคนขี้โมโหตลอดเวลา อะไรนิดหน่อยก็ไม่พอใจ อะไรนิดหน่อยก็ปึงปังแล้วก็เก็บเอาไปเครียด ไม่มีความสุขกับการใช้ชีวิตเลย ก็มีความเสี่ยงเป็นอย่างยิ่งที่คุณจะเป็นโรคร้ายทั้ง 5 โรคนี้ในอนาคต 1.โรคเครียด สังเกตกันมั้ยว่า เมื่อไรก็ตามที่เราโมโห อารมณ์ของเราก็จะค้างอยู่แบบนั้น และจะทำให้เกิดความรู้สึกเครียดที่อะไร ๆ ก็ไม่เป็นไปตามที่ใจหวัง ทำให้เราไม่สามารถมีความสุขในช่วงเวลานั้น ๆ และอาจกินเวลาไปทั้งวัน แต่โมโหแล้วแสดงออกมา ก็ยังไม่เท่าโมโหแล้วเก็บไว้ในใจคนเดียวที่มีโอกาสเป็นโรคเครียดมากกว่าถึง 2 เท่า ยิ่งสะสมไว้นาน ๆ ก็ยิ่งทำร้ายตัวเองและอาจนำไปสู่การเป็นโรคซึมเศร้าได้อีก 2.เส้นเลือดในสมองอุดตัน เมื่อความโกรธและความโมโหพุ่งทวีขึ้นไปถึงขีดสุด เราจะรู้สึกถึงความร้อนผ่าวบริเวณใบหน้า ที่เกิดจากเลือดมีการสูบฉีดขึ้นมาถึงบริเวณศีรษะ เป็นเหตุให้อาจเกิดการอุดตันของเส้นเลือดในสมอง และเส้นเลือดในสมองแตกได้ ยิ่งถ้าหากโกรธนาน ๆ ก็ยิ่งมีความเสี่ยงกับโรคร้ายทางสมองทั้ง 2 โรคนี้มากขึ้นเป็นเท่าตัว ผลของมันอาจถึงขั้นทำให้คุณเป็นอัมพาตและเสียชีวิตได้เลยทีเดียว 3.ภูมิต้านทานต่ำลง ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่า ความอารมณ์ร้าย โกรธง่ายของคนเรานั้น สามารถส่งผลให้ภูมิคุ้มกันมีประสิทธิภาพในการทำงานที่ต่ำลง เป็นเหตุให้มีการเจ็บป่วยและติดเชื้อได้ง่ายกว่าปกติ โดยเฉพาะบริเวณปอด มีงานวิจัยของอาเวิร์ดยืนยันว่า ยิ่งโมโหมากเท่าไร เสี่ยงต่อโรคปอดติดเชื้อง่ายขึ้นเท่านั้น …

Read More »

อย่ามองข้าม! 7 สัญญาณเตือนว่าคุณมีปัญหาสุขภาพจิตป่วย

ในปัจจุบัน มีผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตเป็นจำนวนมาก แต่ไม่มีใครยอมรับว่ามีปัญหา เพราะเกรงว่าจะถูกสังคมตราหน้าว่าเป็นคนบ้า ซึ่งเป็นความเชื่อผิด ๆ ของสังคมไทย ดังนั้น หากใครที่รู้ตัวว่ามีสัญญาณดังต่อไปนี้ หรือคนรอบข้างมีพฤติกรรมดังต่อไปนี้ ให้เตรียมตัวเข้าพบจิตแพทย์ให้ไวที่สุดเพื่อให้ทำการรักษาได้อย่างทันเวลา 1.ทำตัวแปลกแยก เริ่มไม่เข้าสังคม และไม่สนใจใคร โดยแยกออกอยู่คนเดียวแบบเงียบ ๆ และชอบเก็บตัว แม้กิจกรรมต่าง ๆ ที่เคยชอบทำก็ไม่ให้ความสนใจอีก เมื่อบังคับให้ทำก็จะทำแบบขอไปทีหรือทำไปงั้น ๆ เพื่อตัดความรำคาญ ถ้ามีอาการมาก ๆ อาจจะแสดงอารมณ์ไม่พอใจอย่างรุนแรง 2.มีปัญหาทางความคิด จากสิ่งใดที่เคยจดจ่อก็เริ่มหมดความสนใจลง รวมไปถึงการใช้ความจำที่จำไม่ได้ว่าเคยสนใจสิ่งใด การคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลก็เริ่มจะไม่รู้เรื่อง เริ่มจะเอาเรื่องนู้นมาปนกับเรื่องนี้ บางครั้งก็แสดงอาการพูดไม่รู้เรื่อง ซึ่งเป็นปัญหาของกระบวนการทางความคิดนั่นเอง 3.พฤติกรรมถดถอย จากที่เคยกระตือรือร้นหรือกระฉับกระเฉง ชอบทำนู่นนี่นั่นอยู่ตลอดเวลาก็เริ่มไม่รู้สึกอยากทำ อยากใช้ชีวิตด้วยการนั่งเงียบ ๆ นอนเงียบ ๆ ไม่ทำอะไรไปจนหมดวัน และเป็นแบบนี้ไปทุกวัน 4.ไม่อยู่กับความเป็นจริง เริ่มพูดถึงชีวิตที่ผ่านมาในอดีต จดจำไม่ได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับคนอื่น ๆ ในปัจจุบันเป็นอย่างไร จำได้แค่เรื่องราวในอดีตเท่านั้น เมื่อพูดเรื่องปัจจุบันก็จะไม่ฟัง และไม่ยอมรับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น …

Read More »

5 วิธีคิด ดึงพลังชีวิตคู่ขนานในตัวเอง

โลกคู่ขนานนั้นมีจริง เรามีทั้งด้านนางมาร และนางฟ้าในคนเดียวกัน บ่อยครั้งที่สองบทบาทนี้สลับกันเป็นความคิดในชีวิตประจำวัน และจิตสำนึกในยามฝัน และถ้าคุณกำลังรู้สึกว่ากำลังเป็นทุกข์ เหงา ซึม เศร้า ร้อนเร่าในความอยากและไม่อยาก นี่คือสัญญาณบอกเหตุว่า ต้องดึงชีวิตคู่ขนานอีกด้านของตัวเองมาช่วยด่วน เหมือนเปลี่ยนตัวเองในปัจจุบันให้เป็นเงา และดึงเงามาเป็นชีวิตในปัจจุบัน ทั้งหมดเกิดขึ้นได้จริง ด้วยการกระตุ้นจิตใต้สำนึกด้วย 5 แนวทาง • ดึงตัวเองออกมาจากโลกอันหดหู่ ด้วยการลดเวลาในการทำกิจกรรมคนเดียว อย่าง อ่านหนังสือ หรือดูโทรทัศน์ แล้วแทนที่ด้วยกิจกรรมที่ต้องพบปะ สังสรรค์กับคนรอบข้างมากขึ้น อย่างการนัดรับประทานอาหาร จิบกาแฟ หรือร่วมกิจกรรมสาธารณะ • ลดการซึมซับประจุลบ ด้วยการอยู่กับสิ่งที่จรรโลงสร้างสรรค์ ฟังเพลงร้องประสานเสียงที่มีพลัง ชมภาพยนตร์แนวแอนิเมชั่นที่ให้แง่คิดบวก และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เปลี่ยนกลุ่มคนพุดคุย จากพวกที่มีแต่แนวคิดด้านลบ มาสังสรรค์กับพวกที่มีความคิดสวยงาม สดใส เต็มไปด้วยความหวัง วิธีง่ายๆ คือการใช้เวบบอร์ดในเวบไซต์ธรรมมะจากการค้นหาใน Google • เจือจางความมืดหม่นในจิตใจ ทั้งความแค้น ความอิจฉาริษยา ความน้อยเนื้อต่ำใจ ออกไปให้หมดด้วยการปล่อยวาง และเข้าใจหลักธรรมชาติของชีวิต …

Read More »

หลักการใช้ชีวิตให้มีความสุขทุกๆ วัน

คนเราทุกคนเกิดมาล้วนอยากมีชีวิตที่สุขสบายด้วยกันทั้งนั้น แต่การมีชีวิตที่สุขสบายแค่เพียงกายแต่หัวใจกลับไม่เป็นสุขแบบนี้จะมีใครอยากเป็นอยู่ไหม เชื่อว่าไม่มีอย่างแน่นอน ดังนั้น หากเลือกได้ แม้เราอาจจะมีเงินทองน้อย แต่สามารถหาสร้างความสุขให้ตัวเองได้ แบบนี้น่าจะดีกว่าไหม วันนี้เรามีเคล็ดลับเกี่ยวกับหลักการใช้ชีวิตให้มีความสุขทุกวันมาฝากกัน มาดูกันนะคะว่าต้องทำอย่างไรบ้าง ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง คนเราจะมีชีวิตที่มีความสุขได้นั้น อันดับแรกเราต้องสร้างพื้นฐานของการมีสุขภาพที่ดีไว้ก่อน อาจเรียกได้ว่าเมื่อสุขภาพร่างกายแข็งแรง อารมณ์ก็ย่อมสดใส แจ่มใส ทำให้เรามองโลกในแง่ดี การที่สุขภาพแข็งแรงจะทำให้เรามีพละกำลังทำอะไรก็ได้หลายอย่างในสิ่งที่เราอยากทำ เช่น ไปเที่ยวที่ไหนก็ได้ไกลๆ ปีนเขา ล่องเรือ เล่นกิจกรรมต่างๆ ใช้ชีวิตได้อย่างสนุกสุดเหวี่ยงโดยที่ไม่ต้องกังวลสุขภาพ อีกทั้งเมื่อร่างกายไม่มีโรคภัยใดๆ เบียดเบียนเราก็สามารถกินอาหารใดก็ได้ที่เป็นอาหารโปรดโดยไร้ข้อจำกัด แตกต่างจากคนป่วยที่สุขภาพร่างกายอ่อนแอ เดินเหินทีก็แทบจะเป็นลม โดนแดด โดนลมไม่ได้ แบบนี้กลายเป็นอ่อนแอ นิดหน่อยก็บอบบางเกินไป ทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานเหมือนคนอื่นๆ ได้ ดังนั้น หันมาสร้างสุขภาพให้แข็งแรงด้วยการหมั่นออกกำลังกายกันดีกว่า เมื่อเราออกกำลังกายสมองจะหลั่งสารเอ็นดอร์ฟินและหากทำบ่อยๆ เราก็ย่อมมีแต่ความสุขสดชื่นไปทุกๆ วันไม่มีความเครียดสุมหัวแน่นอนค่ะ สุขภาพจิตใจแจ่มใส เมื่อเราใส่ใจเรื่องสุขภาพให้แข็งแรงได้แล้ว เราก็ควรหันมาใส่ใจในเรื่องของสุขภาพจิตใจไปพร้อมกันด้วย อารมณ์ของเราจะต้องไม่หงุดหงิด ไม่รุ่มร้อนเลิกห่วงกังวลต่อสิ่งใดๆ จงมีสติอยู่กับตัวเองตลอดเวลาและเป็นคนที่มาพร้อมการรับมือเพื่อแก้ปัญหาสถานการณ์หรือสิ่งที่ไม่ดีในชีวิตได้ ดังนั้น จงหมั่นฝึกฝนตัวเองให้หมั่นมองโลกในแง่ดีอยู่เสมอ สภาพจิตเราจะได้ไม่เครียด สิ่งใดหรือเรื่องใดที่คิดแล้วเป็นกังวลก็ปล่อยวางมันเสียบ้าง หันมาสวดมนต์นั่งสมาธิ …

Read More »

10 นิสัยทำลายสมอง

ลองดูก็แล้วกัน ว่าใน 10 ข้อต่อไปนี้ มีกี่ข้อที่ดำรงอยู่ในตัวคุณ และต้องบอกไว้ก่อนว่า ยิ่งมากจำนวนข้อ โอกาสที่สมองจะพังง่ายและเร็วก็ยิ่งเยอะ เจอข้อไหน จุดไหน ควรรีบแก้ไขเพื่อรักษาความไบรท์ของสมองไว้กับตัวเองไปนานๆ 1. ไม่ทานอาหารเช้า หลายคนคิดว่าการไม่ทานอาหารเช้าจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ แต่แท้จริงแล้วนิสัยเช่นนั้นเป็นสาเหตุให้สารอาหารไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ ทำให้สมองเสื่อมได้ง่าย 2. กินอาหารมากเกินไป ทำให้หลอดเลือดแดงในสมองแข็งตัว เป็นสาเหตุการเกิดโรคความจำสั้น 3. ชอบสูบบุหรี่ สาเหตุสำคัญของโรคสมองฝ่อและอัลไซเมอร์ 4. ทานของหวานมากเกินไป จะไปขัดขวางการดูดซึมโปรตีนและสารอาหารที่มีประโยชน์ เป็นสาเหตุของการขาดสารอาหาร และขัดขวางการพัฒนาของสมอง 5. อยู่ในที่ที่มีมลภาวะ สมองเป็นส่วนที่ใช้พลังงานมากที่สุดในร่างกาย การสูดอากาศที่มีมลภาวะเข้าไป จะทำให้ออกซิเจนในสมองลดปริมาณลง ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลงด้วย 6. ชอบอดนอน การนอนหลับทำให้สมองได้พักผ่อน การอดนอนเป็นเวลานานจะทำให้เซลล์สมองตาย 7. ชอบนอนคลุมโปง การนอนแบบนี้จะเพิ่มคาร์บอนไดออกไซด์ให้มากขึ้น และลดออกซิเจนให้น้อยลง ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของสมอง 8.ใช้สมองขณะที่ไม่สบาย การทำงานหรือเรียนในขณะที่กำลังป่วย จะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมองลดลง เหมือนการทำร้ายสมองไปในตัว 9. ไม่ชอบใช้ความคิด การคิดเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในการฝึกสมอง …

Read More »

ยารักษาอาการ “เบื่อวันจันทร์”

ฉันเกลียดวันจันทร์ อาการที่ติดต่อกันทั้งโลก สมาคมโรคหัวใจสหรัฐอเมริกา ทำการวิจัยว่าคนอเมริกัน หัวใจวายตายมากที่สุดคือเช้าวันจันทร์เวลา 9 ถึง 10 โมง เรียกว่ายอมตายดีกว่าอยู่ทำงาน ความเครียดฆ่าคุณได้ หนทางแก้ไขคือ ไม่ไปทำงานวันจันทร์ ทำได้บ้างบางสัปดาห์ แต่ถ้าคุณขยันแบบไม่ไปสม่ำเสมอ คุณอาจไม่ต้องไปเลยจันทร์ถึงศุกร์ แล้วจะเอาอะไรกินละทีนี้ มีวิธีที่ช่วยคุณได้ ทางมหาวิทยาลัย Essex ประเทศอังกฤษ ได้ทำการศึกษาวิธีการที่เราจะกระตุ้นให้ร่างกายของเราให้กระตือรือร้นในตอนเช้า ๆ ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ โดยนำเอาอาสาสมัครมา 22 คน เมื่อตื่นนอนขึ้นมา กิจกรรมแรกให้ขี่จักรยานอยู่กับที่แบบเร็ว ๆ เพียง 3-5 นาที แล้วให้ดำเนินกิจกรรมตามปกติในชีวิตประจำวัน และทำการติดตามสภาพจิตใจหลังจากนั้น ผลการศึกษาปรากฎว่า อาสาสมัครทั้ง 22 คนนั้นมีสภาพจิตใจที่สดใส อารมณ์ดีต่อเนื่องถึง 75 นาทีหลังจากการออกกำลังกายแบบสั้น ๆ อ่านแล้วคุณลองนำไปประยุกต์ดู เป็นกิจกรรมอะไรก็ได้ที่สั้นและเร็ว ๆ รับรองว่ามู้ดคุณจะดีขึ้นอย่างแน่นอน ลองทำดูแล้วไม่ได้ผล ยังมีอาการเบื่อวันจันทร์อยู่อีก …

Read More »

10 ผลเสียต่อสุขภาพ จากการเล่นสมาร์ทโฟนนานเกินไป

ทุกวันนี้ “สมาร์ทโฟน” เป็นมากกว่าแค่โทรศัพท์ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารกันแล้ว เพราะเราสามารถรับข้อมูลข่าวสาร เสพความบันเทิง ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม ถ่ายรูป บันทึกวิดีโอ ได้จากมือถือเพียงเครื่องเดียว นอกจากนี้ ผู้ปกครองบางรายก็ยังใช้สมาร์ทโฟนเป็นเพื่อนแก้เหงาให้บุตรหลาน จนเด็กบางคนติดงอมแงมชนิดที่ไม่ยอมวาง และส่งผลเสียต่างๆ ตามมา ถึงขั้นต้องเข้ารับการผ่าตัด เพราะจ้องจอนานเกินไปจนส่งผลต่อกล้ามเนื้อตาที่ยังไม่แข็งแรง และนี่คือ 10 ผลเสียที่เกิดขึ้นกับสุขภาพที่หลายคนอาจมองข้าม จากการใช้สมาร์ทโฟนนานเกินไป 1. รบกวนการนอนหลับ แสงจากจอมือถือหรือแท็บเล็ตที่สว่างๆ ส่งผลต่อการหลั่งฮอร์โมน “เมลาโทนิน” ที่ช่วยควบคุมการนอนหลับ เนื่องจากการปล่อยฮอร์โมนดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับแสงสว่างเป็นสำคัญ การเล่นมือถือก่อนนอนจึงส่งผลต่อการนอนหลับไปด้วย 2. เกิดความเครียด การใช้สมาร์ทโฟนอยู่ตลอดเวลา เท่ากับว่าเราต้องพร้อมที่จะรับโทรศัพท์ ตอบข้อความต่างๆ ที่แจ้งเตือนเข้ามาจากช่องทางต่างๆ ทั้งไลน์ อีเมล และโซเชียลมีเดียตลอดเวลาด้วยเช่นกัน จึงทำให้เกิดความเครียดได้โดยไม่รู้ตัว 3. ทำลายจอประสาทตา แสงสีฟ้าจากจอสมาร์ทโฟนสามารถทำลายจอประสาทตา (เรติน่า) จนนำไปสู่โรคจอประสาทตาเสื่อมได้ ซึ่งสูตรที่ใช้กันเพื่อดูแลสุขภาพตา คือ 20-20-20 แบ่งเป็นมองจอแค่ 20 …

Read More »