Home / ข่าวทั่วไทย / เมื่อชีวิตคู่มาถึงทางตัน ครูรัก หย่าอดีตดาราสาว เศร้าหนักนอนร้องไห้ สงสารลูก

เมื่อชีวิตคู่มาถึงทางตัน ครูรัก หย่าอดีตดาราสาว เศร้าหนักนอนร้องไห้ สงสารลูก

ชีวิตรักหวานที่ใครๆ ก็อิจฉา สำหรับ นักแสดง ผู้กำกับละครดัง และ อดีตครูบ้านเอเอฟ ครูรัก ศรัทธา ศรัทธาทิพย์ แต่ล่าสุดทำเอาช็อกวงการจู่ๆ ประกาศจบชีวิตคู่กับ ภรรยาสาว ตู่ ดวงหทัย ที่วัยอ่อนกว่าถึง 24 ปี กับ รักกลางกองถ่าย ที่ฝ่ายหญิงเป็นนักแสดงขณะนั้น พบรักกันตั้งแต่ฝ่ายหญิงอายุ 18-19 ปี ก่อนแต่งงานมีพยานรัก 1 คนนั้น

ต่อมา ครูรัก โพสต์ไอจี ภาพใบหย่า พร้อมข้อความว่า “เรื่องความรัก เรื่องครอบครัว เมื่อมีแล้วก็หวังที่จะอยู่ร่วมกันไปตลอดชีวิต แต่เมื่อมีปัญหา ก็ใช้ความรักความเข้าใจ ความอดทนเสียสละ แก้ไขคลี่คลายมาโดยตลอด

มาถึงวันนี้ 8ปีแล้ว เราทั้งคู่เห็นตรงว่ามันมาสุดทางของเราแล้วจริงๆ… การแยกทางกัน คงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเรา เพื่อโอกาสในการพบคนและสิ่งที่เหมาะสมสำหรับเราทั้ง2คน ที่จะทำให้เราต่างมีความสุข…เหลือไว้เพียงความทรงจำที่สวยงาม และการทำหน้าที่ของพ่อ-แม่ให้ดีที่สุดเพื่อลูก

เพราะถึงแม้เราจะไม่ได้รักกันแบบเดิมอีกต่อไป แต่เราก็มีหัวใจดวงเดียวกัน นั่นคือลูกของเรา.. …ขอขอบคุณในความหวังดี คำแนะนำต่างๆของคนที่พอทราบเรื่องมาก่อนนี้ รวมถึงการแสดงความเสียใจกับผมนะครับ

ซึ่งตอนนี้มันก็เลยจุดที่เสียใจที่สุดมาแล้ว หนักๆเลยสำหรับผมก็คือสงสารลูก แต่ชีวิตผมก็ต้องเดินต่อเพื่อสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเค้า และเพื่อตัวผมเอง.. ป.ล. ยังจำความสุขสนุกสนานในวันแต่งงานและทุกคนที่มาร่วมงานได้ดี ..ขอบคุณนะครับ” โดยมีคนเข้ามาให้กำลังใจจำนวนมาก

โพสต์ดังกล่าว

ก่อนจะโพสต์อีกว่า “ขอบคุณทุกๆกำลังใจนะครับ ต่อเนื่องจากโพสต์ที่แล้ว..อันนี้มีประโยชน์นิดๆ.. ..เมื่อ6เดือนที่แล้ว เป็นช่วงที่มีทุกข์ จิตตก เสียใจ วนเวียนอยู่ในความคิดตลอดเวลาด้วยเรื่องของครอบครัว ที่ต้องจบความสัมพันธ์กัน ต้องเลิกรากัน..

มันทำให้ไม่อยากทำอะไรเลย ไม่อยากทำงาน ไม่อยากดูหนังดูละคร ไม่อยากออกจากบ้าน ไม่อยากพบปะเจอใคร บางวันนอนร้องไห้… และรู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า หมดความภูมิใจในทุกเรื่อง เพราะคิดว่าการประคองครอบครัวให้ตลอดรอดฝั่งไม่สำเร็จ คือความล้มเหลวที่รุนแรง สงสารลูกมากๆ บางครั้งมีความคิดแวบๆเข้ามาว่าไม่อยากอยู่ แต่ต้องอยู่เพื่อลูก.

ตั้งสติ คิดทบทวน .. เฮ่ยๆ ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป อาจมีอาการซึมเศร้ารุนแรงได้ ไม่ควรแล้ว เลยลุกมาตั้งหลักใหม่ เริ่มจากการตั้งคณะละคร”นกกระจิบของพ่อ” ที่เคยตั้งใจจะทำตอนไปบริจาคตังค์ให้มูลนิธิบ้านพระพรว่าจะทำละครเวทีมาเล่นให้เด็กๆได้ดูทุกเดือน เราก็เขียนบท กำกับ แต่งเพลงละครเด็ก ได้มีอะไรทำตามถนัดอย่างมีความสุข…

พอไปเล่นให้เด็กดูแล้วเด็กชอบ เค้าสนุก เราก็มีความสุขไปด้วย เด็กๆมากอดมาเล่นด้วย จำเราได้ และรอคอยละครเรื่องต่อไป ทำให้รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า สามารถช่วยเหลือคนอื่นที่ทุกข์กว่าเรา ด้อยโอกาสกว่าเราได้ มันทำให้จิตใจดีขึ้นเยอะ

อีกทั้งเห็นคนที่มาร่วมงานคณะละครด้วยจิตอาสา โดยไม่รู้จักไม่เคยเจอกันมาก่อน เค้ามาช่วย และได้ความสุขจากการให้ร่วมกัน ก็ยิ่งมีความสุข ..ความภูมิใจในคุณค่าของตัวเองได้กลับมาอีกครั้ง ความคิดที่วนเวียนกับความเสียใจก็หายไปอย่างรวดเร็ว… ตอนนี้ พร้อมที่จะรับมือ และก้าวต่อไปอย่างดีที่สุด เพื่อลูก .. เผื่อท่านใดอ่านแล้ว ได้ข้อคิดอันเป็นประโยชน์ต่อตัวเองและผู้อื่น ขอบคุณครับ..”

โพสต์ดังกล่าว

ทีมา:siamnews.com

Facebook Comments

Check Also

ตำรวจจราจร-ปชช. แห่จอดรถรุมเก็บราวกับโปรยทาน เห็นชัดๆ ยกนิ้วให้เลย

เรียกได้ว่าเป็น …