Home / สาระน่ารู้ / เทคนิคการทำพริกไทยขาว เพื่อเพิ่มมูลค่า และเป็นที่ต้องการของตลาด

เทคนิคการทำพริกไทยขาว เพื่อเพิ่มมูลค่า และเป็นที่ต้องการของตลาด

พริกไทยเป็นพืชเศรษฐกิจที่ปลูกกันมากแถบภาคตะวันออกโดยเฉพาะจังหวัดจันทบุรีระยองและตราดเป็นเครื่องเทศที่ให้ความเผ็ดร้อนสามารถนำมาปรุงอาหารได้ทั้งพริกไทยสดพริกไทยดำและพริกไทยขาซึ่งพริกไทยขาวนั้นจะมีราคาจำหน่ายที่สูงกว่าพริกไทยชนิดอื่นๆเนื่องจากมีขั้นตอนในการผลิตและค่าใช้จ่ายสูงกว่าการผลิตพริกไทยดำและประชาชนนิยมบริโภคพริกไทยขาวมากกว่าจึงทำให้เป็นที่ต้องการของตลาดและสามารถทำรายได้เป็นอย่างดีให้กับเกษตรกรผู้ปลูกพริกไทยเป็นอย่างมาก

เจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานงานร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิดจังหวัดระยอง ลงพื้นที่บ้านหนองท้ายเรือต.รำพันอ.ท่าใหม่จ.จันทบุรีพบกับคุณวิไลพรกาญจนวรรณ(น้าตุ๊ก)เกษตรกรผู้ยึดอาชีพปลูกพริกไทยมานานนับสิบปีจะมาแนะนำวิธีการแปรรูปพริกไทยดำให้กลายเป็นพริกไทยขาวเพื่อเพิ่มมูลค่าในการจำหน่ายให้มากยิ่งขึ้น

วัสดุ-อุปกรณ์1.พริกไทยดำจำนวน40กิโลกรัม2.น้ำสะอาด3.ผงคลอรีนจำนวน300กรัม4.ผ้ามุ้งเขียวจำนวน1ผืนใหญ่5.เครื่องกะเทาะเปลือก6.อ่างหรือกาละมัง

ขั้นตอนการทำพริกไทยขาว1.นำเมล็ดพริกไทยดำที่คัดเอาเศษหินดินทรายออกแล้วมาเทลงในอ่างหรือกาละมังใส่น้ำลงไปให้เต็มแช่ให้เปลือกนิ่มทิ้งไว้ประมาณ15วัน2.เมื่อครบ15วันให้นำเข้าเครื่องกะเทาะเปลือกเพื่อให้เปลือกหลุดออกจากเมล็ด(ถ้าไม่มีเครื่องกะเทาะเปลือกให้ใช้มือขยี้เปลือกก็จะสามารถหลุดออกได้)3.นำผงคลอรีนมาทำการคลุกเคล้ากับเมล็ดพริกไทยเพื่อให้เมล็ดพริกไทยเป็นสีขาวมากยิ่งขึ้นในอัตราส่วนพริกไทย40กิโลกรัมต่อผงคลอรีน300กรัม(ผงคลอรีนไม่มีอันตรายต่อผู้บริโภค)4.นำเมล็ดพริกไทยที่ผสมคลอรีนเรียบร้อยแล้ว ตากแดดให้แห้งโดยใช้ผ้ามุ้งเขียวรองพื้นเพื่อให้สะดวกต่อการเก็บใช้เวลาประมาณ2วัน(การทดสอบความแห้งทำโดยใช้ฟันขบเมล็ดพริกไทยถ้าแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแสดงว่าแห้งสนิทดีแต่ถ้าแตกออกเป็นสองซีกแสดงว่ายังไม่แห้งสนิท)5.นำมาคัดแยกเศษหินดินทรายออกให้หมดอีกครั้ง6.บรรจุถุงหรือกระสอบเพื่อจำหน่ายต่อไป

Facebook Comments

Check Also

วิธีการปลูก และการให้น้ำ ข้าวโพดหวาน

ในขณะที่หลายพื้นที่ในประเทศไทยแห้งแล้งอย่างหนัก ก็ยังมีพื้นที่อีกมากที่ฝนตกไม่หยุดหย่อนเกษตรกรเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้าแม้ว่าทางรัฐจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือแจกเงิน บรรเทาความเดือดร้อนแต่ในระยะยาวนั้นก็ยังคงทุกข์ร้อนอยู่ดีหากเราไม่หาวิธีที่จะหารายได้เพิ่มพืชล้มลุกทางเลือกดูเหมือนจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับใครหลายคนที่มีพื้นที่ว่างๆแต่ไม่รู้จะปลูกอะไรวันนี้สยามนิวส์ก็มีทางเลือกดีๆมานำเสนอ นั่นก็คือการปลูก ข้าวโพดหวาน แม้ว่าการปลูกข้าวโพดหวานสามารถทำได้ตลอดปีถ้ามีแหล่งน้ำเพียงพออย่างไรก็ตามผลผลิตและคุณภาพข้าวโพดหวานอาจจะแตกต่างไปตามฤดูกาลนอกจากนี้พันธุ์บางพันธุ์อาจตอบสนองต่อฤดูปลูกแตกต่างกัน โดยทั่วไปในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์จะให้ผลผลิตต่ำกว่าในช่วงอื่นๆเนื่องจากอากาศเย็น ขณะที่การปลูกในเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม จะได้ผลผลิตดีกว่าช่วงอื่น ๆ ไม่มีโ ร คราน้ำค้างร ะบ าดและปัญหาวัชพืชซึ่งจะน้อยกว่าการปลูกในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมเพราะผลผลิตบางส่วนอาจเสียหายได้เนื่องจากช่วงดังกล่าวฝนตกชุกอาจทำให้เกิดน้ำท่วมหรือน้ำขังในแปลงปลูกได้ง่าย …