Home / สาระน่ารู้ / เทคนิคการขยายพันธุ์ฟักแม้ว ให้ได้ผลดี โดยวิธีการใช้ผลแก่

เทคนิคการขยายพันธุ์ฟักแม้ว ให้ได้ผลดี โดยวิธีการใช้ผลแก่

ชาโยเต้หรือภาษาท้องถิ่นนิยมเรียกกันจนติดปากว่าผักฟักแม้วและมีชื่อเรียกอื่นๆแตกต่างกันตามท้องถิ่นได้แก่มะเขือเครือมะเขือแม้วมะเขือฝรั่งแตงกะเหรี่ยงมะระหวาน มะระญี่ปุ่นและฟักญี่ปุ่นเป็นพืชประเภทไม้เถาเลื้อยมีลักษณะคล้ายพืชตระกูลแตงเนื้อมีรสหวานรสชาติคล้ายมันฝรั่งปนแตงกวาส่วนของยอดฟักแม้วมีลักษณะเช่นเดียวกับยอดของฟักทองและตำลึงซึ่งในปัจจุบันเป็นที่นิยมของเกษตรกรและผู้บริโภคผักทั่วไป

คุณสมทรงกฐินสดเกษตรกรม.4ต.หนองบัวอ.ภูเรือจ.เลยผู้มีความรู้ในเรื่องการปลูกฟักแม้วได้ทำการปลูกไว้หลายไร่ส่วนมากจะเก็บแต่ผลขายไม่นิยมเก็บยอดได้ถ่ายทอดวิธีการปลูกฟักแม้วให้กับเจ้าหน้าที่ farmerinfoขอนแก่นในการลงพื้นที่เมื่อวันที่15เดือนมีนาคม2555ได้แนะนำเทคนิคปลูกฝักแม้วให้ได้ผลดีมีดังนีการเลือกผลฟักแม้วมาทำพันธุ์1.ผลที่ใช้ขยายพันธุ์จะต้องลักษณะรอยแตกมีอายุได้6เดือนขึ้นไป2.เด็ดออกมาแล้วนำมาชำในที่ร่มที่มีความชื้นโดยไม่ต้องรดน้ำจนกระทั่งเริ่มสังเกตเห็นว่ามีรากแตกออกมาหรือจะมียอดอ่อนแทงขึ้นมาจึงนำไปปลูกโดยผลแก่จะเริ่มแตกรากและแทงยอดอ่อนออกมาใช้เวลา2อาทิตย์

วิธีการขยายพันธุ์ปลูกฟักแม้วนำผลแก่วางใส่พื้นดินที่จะปลูกหรือขุดดินลงเล็กน้อยให้ผลแก่โผล่ขึ้นจากพื้นดินให้แต่ละหลุมห่างกันใช้ระยะปลูก2*3เมตรหรือ3*3เมตรทำเสาปักให้รอบหรือจะต้องทำค้างให้เถายึดเกาะโดยความสูงขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่และจะต้องสูงพอที่จะเดินเข้าไปเก็บผลได้ วิธีการดูแลรักษา:จะต้องทำการเด็ดใบแก่ที่มีลักษณะสีเหลืองออกหรือให้สังเกตว่าอย่าให้เป็นพุ่มทึบให้กรรไกรตัดออกให้แสงผ่านรอดออกมาได้ จะช่วยทำให้ยอดและผลของฟักแม้วออกมาเจริญเติบโตได้ดีกว่า

Facebook Comments

Check Also

วิธีการปลูก และการให้น้ำ ข้าวโพดหวาน

ในขณะที่หลายพื้นที่ในประเทศไทยแห้งแล้งอย่างหนัก ก็ยังมีพื้นที่อีกมากที่ฝนตกไม่หยุดหย่อนเกษตรกรเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้าแม้ว่าทางรัฐจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือแจกเงิน บรรเทาความเดือดร้อนแต่ในระยะยาวนั้นก็ยังคงทุกข์ร้อนอยู่ดีหากเราไม่หาวิธีที่จะหารายได้เพิ่มพืชล้มลุกทางเลือกดูเหมือนจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับใครหลายคนที่มีพื้นที่ว่างๆแต่ไม่รู้จะปลูกอะไรวันนี้สยามนิวส์ก็มีทางเลือกดีๆมานำเสนอ นั่นก็คือการปลูก ข้าวโพดหวาน แม้ว่าการปลูกข้าวโพดหวานสามารถทำได้ตลอดปีถ้ามีแหล่งน้ำเพียงพออย่างไรก็ตามผลผลิตและคุณภาพข้าวโพดหวานอาจจะแตกต่างไปตามฤดูกาลนอกจากนี้พันธุ์บางพันธุ์อาจตอบสนองต่อฤดูปลูกแตกต่างกัน โดยทั่วไปในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์จะให้ผลผลิตต่ำกว่าในช่วงอื่นๆเนื่องจากอากาศเย็น ขณะที่การปลูกในเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม จะได้ผลผลิตดีกว่าช่วงอื่น ๆ ไม่มีโ ร คราน้ำค้างร ะบ าดและปัญหาวัชพืชซึ่งจะน้อยกว่าการปลูกในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมเพราะผลผลิตบางส่วนอาจเสียหายได้เนื่องจากช่วงดังกล่าวฝนตกชุกอาจทำให้เกิดน้ำท่วมหรือน้ำขังในแปลงปลูกได้ง่าย …