Home / สาระน่ารู้ / จริงหรือไม่? ผัก 6 ชนิดนี้ ห้ามทาน “ดิบ”

จริงหรือไม่? ผัก 6 ชนิดนี้ ห้ามทาน “ดิบ”

เฟซบุ๊ค Jessada Denduangboripantของอาจารย์เจษฎาเด่นดวงบริพันธ์อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยาคณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอธิบายถึงผัก5ชนิดที่มีข้อมูลแชร์ต่อๆกันในโลกออนไลน์ว่าห้ามทาน“ดิบ”เพราะจะอันตรายต่อร่างกายโดยให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าอันที่จริงแล้วผักบางชนิดห้ามทานดิบจริงบางชนิดก็สามารถทานดิบได้ แต่ไม่ใช่ทุกคนและต้องมีวิธีหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจแฝงมากับผักดังกล่าว

สามารถอ่านข้อมูลอย่างละเอียดจากโพสต์ของอาจารย์เจษฎาได้ตามด้านล่างเลยค่ะกะหล่ำปลีถั่วงอกหน่อไม้และมันถั่วฝักยาวและผักโขมกินดิบได้แค่ระวังในบางคน”เรื่องนี้ผมเคยโพสต์เองแล้ว แต่ได้อาจารย์จากสถาบันโภชนาการ มหิดล มาช่วยให้รายละเอียดยืนยันด้วยเลยขอเอามาสรุปอีกที

กะหล่ำปลี–คนปรกติกินดิบได้ จำกัดเฉพาะผู้ป่วยไฮโปไทรอยด์เพราะสารกอยโตรเจน(Goitrogen)จะขัดขวางการสร้างฮอร์โมนในต่อมไทรอยด์แต่ถ้าเอาไปผ่านความร้อนกอยโตรเจนจะสลายไป…ที่ต้องกังวลคือสารเคมีตกค้างได้ต้องล้างให้ดีก่อนกินดิบ

ถั่วงอก–กินดิบได้แต่ต้องระวังเชื้อจุลินทรีย์ปนเปื้อน ควรล้างให้สะอาดหรือแช่น้ำด่างทับทิมก่อนเพื่อฆ่าเชื้อคนที่ควรระวังจึงเป็นคนที่ภูมิคุ้มกันอ่อนแอเด็กเล็กหรือหญิงตั้งครรภ์

ถั่วฝักยาว–กินดิบให้ระวังยาฆ่าแมลงโดยเฉพาะพวกยาดูดซึมการล้างธรรมดาอาจไม่เพียงพอต้องแช่น้ำทิ้งไว้สัก5นาทีอาจทำ2ครั้งหรืออาจหักเป็นท่อนๆก่อนแช่

หน่อไม้ดิบและมันสำปะหลัง–อันนี้ห้ามกินดิบจริงเพราะมีสารไซยาไนด์อยู่ตามธรรมชาติควรต้มในน้ำเดือดก่อนประมาณ10นาทีจะช่วยลดสารพิษได้90%

ผักโขม–กินดิบได้ยกเว้นเฉพาะคนที่ขาดธาตุเหล็กเพราะมีกรดออกซาลิก(Oxalic Acid)จะไปต้านการดูดซึมธาตุเหล็กและแคลเซียม

Facebook Comments

Check Also

วิธีการปลูก และการให้น้ำ ข้าวโพดหวาน

ในขณะที่หลายพื้นที่ในประเทศไทยแห้งแล้งอย่างหนัก ก็ยังมีพื้นที่อีกมากที่ฝนตกไม่หยุดหย่อนเกษตรกรเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้าแม้ว่าทางรัฐจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือแจกเงิน บรรเทาความเดือดร้อนแต่ในระยะยาวนั้นก็ยังคงทุกข์ร้อนอยู่ดีหากเราไม่หาวิธีที่จะหารายได้เพิ่มพืชล้มลุกทางเลือกดูเหมือนจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับใครหลายคนที่มีพื้นที่ว่างๆแต่ไม่รู้จะปลูกอะไรวันนี้สยามนิวส์ก็มีทางเลือกดีๆมานำเสนอ นั่นก็คือการปลูก ข้าวโพดหวาน แม้ว่าการปลูกข้าวโพดหวานสามารถทำได้ตลอดปีถ้ามีแหล่งน้ำเพียงพออย่างไรก็ตามผลผลิตและคุณภาพข้าวโพดหวานอาจจะแตกต่างไปตามฤดูกาลนอกจากนี้พันธุ์บางพันธุ์อาจตอบสนองต่อฤดูปลูกแตกต่างกัน โดยทั่วไปในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์จะให้ผลผลิตต่ำกว่าในช่วงอื่นๆเนื่องจากอากาศเย็น ขณะที่การปลูกในเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม จะได้ผลผลิตดีกว่าช่วงอื่น ๆ ไม่มีโ ร คราน้ำค้างร ะบ าดและปัญหาวัชพืชซึ่งจะน้อยกว่าการปลูกในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมเพราะผลผลิตบางส่วนอาจเสียหายได้เนื่องจากช่วงดังกล่าวฝนตกชุกอาจทำให้เกิดน้ำท่วมหรือน้ำขังในแปลงปลูกได้ง่าย …