Home / สาระน่ารู้ / มะระหวาน พื้นที่น้อยก็ปลูกได้

มะระหวาน พื้นที่น้อยก็ปลูกได้

ในทางสมุนไพรไทย มะระหวานมีสรรพคุณช่วยบำรุงหัวใจและหลอดเลือด ด้วยการใช้ผลและใบมาดองเป็นยาไว้กิน หรือนำผลและใบมาใช้ในการรักษาอาการเส้นเลือดแข็งตัว รักษาโรคความดันโลหิตสูง ด้วยการดื่มน้ำที่ต้มจากผลและใบ ในทางสมุนไพรไทย มะระหวานมีสรรพคุณช่วยบำรุงหัวใจและหลอดเลือด ด้วยการใช้ผลและใบมาดองเป็นยาไว้กิน หรือนำผลและใบมาใช้ในการรักษาอาการเส้นเลือดแข็งตัว รักษาโรคความดันโลหิตสูง ด้วยการดื่มน้ำที่ต้มจากผลและใบ

ภาคเหนือบางพื้นที่มีการนำมาช่วยป้องกันและรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน ช่วยในการขับถ่าย ทำให้ถ่ายได้สะดวกขึ้น นับเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของคนที่กำลังควบคุมน้ำหนัก เพราะมะระหวาน 100 กรัม จะให้พลังงานเพียง 13 กิโลแคลอรี่เท่านั้น และยังมีเส้นใยอาหารที่ช่วยในเรื่องของการขับถ่ายอีกด้วย เป็นผักที่มีรสชาติจืด หวานกรอบเล็กน้อยโดยธรรมชาติ ทำให้เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย

และมีฟอสฟอรัส ที่ช่วยในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอภายในร่างกาย น้ำต้มมะระหวาน จะช่วยลดความดันโลหิต และสลายนิ่วในไตได้ พร้อมช่วยบำรุงหัวใจ และหลอดเลือดให้แข็งแรง เป็นผักที่มีวิตามินซีช่วยลดอาการเลือดออกตามไรฟัน มีแคลเซียม ช่วยบำรุงกระดูก และฟัน มะระหวาน เป็นไม้เถาเลื้อย เป็นพืชข้ามปี ลักษณะคล้ายพืชตระกูลแตง ลำต้น ใบ ยอดและมือจับคล้ายแตงกวาผสมกับฟักเขียว ดอกเกิดที่ขั้วระหว่างต้นกับก้านใบ เนื้อผลเจริญมาจากฐานรองดอก มีเมล็ดเพียงเมล็ดเดียวในผล

เพียงมีพื้นที่และให้น้ำเพียงพอก็ปลูกได้ แม้บ้านพื้นที่น้อยแถบในเมืองทั่วไปก็ปลูกได้ การปลูกลงดิน ขุดหลุมขนาด กว้างxยาวxลึก ประมาณ 20-50 ซม. คลุกเคล้าดินด้วยเศษพืชและปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก หากต้องการปลูกเพื่อเก็บยอดอย่างเดียว ควรทำค้างรอบหลุมปลูก ถ้าจะปลูกจำนวนมากต้น ระยะปลูกระหว่างต้น ระหว่างแถวควรอยู่ที่ประมาณ 1×1 หรือ 1×2 เมตร ปลูกเป็นหลุม ๆ เรียงเป็นแถวติดต่อกันไปตามสภาพของพื้นที่

หลังปลูก รดน้ำวันละ 1-2 ครั้ง คอยกำจัดวัชพืช และใส่ปุ๋ยคอกบ้างเป็นระยะจนอายุประมาณ 2 เดือน ก็สามารถเก็บยอดมาบริโภคและจำหน่ายได้ เมื่อเก็บเกี่ยวไประยะหนึ่งต้นและใบจะเริ่มโทรมให้เด็ดใบแก่ที่มีสีเหลือง ใบแห้ง ใบที่เป็นโรคออกให้หมด เติมปุ๋ยคอก รดน้ำ และกำจัดวัชพืช การเจริญเติบโตก็จะมีต่อไปได้อีกประมาณ 3-4 ปี…….สำหรับต้นพันธุ์ สามารถนำผลสดที่แก่เต็มที่ พร้อมที่จะปลูก ลักษณะของผลจะมีรอยแตก นำมาชำในที่ร่มชื้นหรือชำในถุงชำจนกระทั่งแตกยอดอ่อนแล้วนำไปปลูก หรือทิ้งผลที่แก่จัดไว้กับต้นปลายผลจะเกิดรอยแตกและงอกต้นอ่อน ก็สามารถนำไปปลูกได้เช่นกัน และปลูกได้ตลอดปี

เมื่ออายุประมาณ 4–5 เดือน จะเก็บผลผลิตได้ทั้งยอดและผล ตลอดระยะเวลาของการเจริญเติบโต อาจมีศัตรูพืชรบกวนบ้างแต่ไม่มากนัก ศัตรูพืชที่สำคัญคือ เพลี้ยไฟ แมลงวันผลไม้เจาะผลอ่อนและโรคราแป้ง ซึ่งเกิดที่ใบ ป้องกันได้ด้วยการใช้กับดักกาวเหนียว เพื่อดักตัวแก่และคอยเก็บใบที่เป็นโรคหรือแสดงอาการผิดปกตินำไปเผา ไม่จำเป็นจะต้องใช้สารเคมี ในการนำมาประกอบอาหารหากเป็นผลควรปอกเปลือก และล้างยางออกให้หมด ก่อนนำไปปรุงให้สุกโดยผ่านความร้อนอย่างรวดเร็ว อย่าให้สุกเละจนเกินไป เพราะยิ่งต้ม ยิ่งผัดนานก็จะยิ่งเสียรสชาติ และสูญเสียคุณค่าทางสารอาหารได้.

Facebook Comments

Check Also

วิธีการปลูก และการให้น้ำ ข้าวโพดหวาน

ในขณะที่หลายพื้นที่ในประเทศไทยแห้งแล้งอย่างหนัก ก็ยังมีพื้นที่อีกมากที่ฝนตกไม่หยุดหย่อนเกษตรกรเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้าแม้ว่าทางรัฐจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือแจกเงิน บรรเทาความเดือดร้อนแต่ในระยะยาวนั้นก็ยังคงทุกข์ร้อนอยู่ดีหากเราไม่หาวิธีที่จะหารายได้เพิ่มพืชล้มลุกทางเลือกดูเหมือนจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับใครหลายคนที่มีพื้นที่ว่างๆแต่ไม่รู้จะปลูกอะไรวันนี้สยามนิวส์ก็มีทางเลือกดีๆมานำเสนอ นั่นก็คือการปลูก ข้าวโพดหวาน แม้ว่าการปลูกข้าวโพดหวานสามารถทำได้ตลอดปีถ้ามีแหล่งน้ำเพียงพออย่างไรก็ตามผลผลิตและคุณภาพข้าวโพดหวานอาจจะแตกต่างไปตามฤดูกาลนอกจากนี้พันธุ์บางพันธุ์อาจตอบสนองต่อฤดูปลูกแตกต่างกัน โดยทั่วไปในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์จะให้ผลผลิตต่ำกว่าในช่วงอื่นๆเนื่องจากอากาศเย็น ขณะที่การปลูกในเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม จะได้ผลผลิตดีกว่าช่วงอื่น ๆ ไม่มีโ ร คราน้ำค้างร ะบ าดและปัญหาวัชพืชซึ่งจะน้อยกว่าการปลูกในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมเพราะผลผลิตบางส่วนอาจเสียหายได้เนื่องจากช่วงดังกล่าวฝนตกชุกอาจทำให้เกิดน้ำท่วมหรือน้ำขังในแปลงปลูกได้ง่าย …