Home / ข่าวทั่วไทย / ผัวเมียเจ้าของร้านขนมจีนเจ้าเก่าแก่ เก็บทองรอคืนลูกค้า

ผัวเมียเจ้าของร้านขนมจีนเจ้าเก่าแก่ เก็บทองรอคืนลูกค้า

จากกรณีมีผู้ใช้เฟสบุ๊กชื่อ สุภี บุญมา ได้โพสต์เรื่องราวสุดประทับใจและดีใจ เมื่อเวลา 10.34 น.วันที่ศุกร์ ที่ 14 มิ.ย.62 มีข้อความว่า มารู้จักกับคนดีของสังคมกันค่ะคุณพี่ทั้งสองท่านนี้เก็บทองคำน้ำหนักสามบาทพร้อมจี้ทองเลื่อมพระอีกหนึ่งองค์ค่ะ แล้วก็คืนให้เจ้าของก็คือตัวดิฉันเองค่ะ ขอบพระคุณ คุณพี่ทั้งสองร้านขนมจีนน้ำยาที่อร่อย ที่สุด ร้านติดกับ บขส. รถเล็ก อ.ชุมแพ ค่ะ ขอบพระคุณ คุณพี่ทั้งสองอีกครั้งมากๆค่ะไม่คิดไม่ฝันจะเจอคนดีขนานนี้เลยในชีวิต จะจำคุณพี่ทั้งสองตลอดไปคร่าพร้อมกับโพสต์ภาพส่งมอบสร้อยคอทองคำคืนให้แก่กันด้วยความดีใจ โดยมีชาวเน็ตเข้ามาคอมเม้นต์ชื่นชมเป็นจำนวนมาก

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 22 มิ.ย.62 ผู้สื่อข่าวติดต่อไปยังนางสุภี บุญมา อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 หมู่ 8 บ้านผาน้ำทิพย์ ต.ห้วยม่วง อ.ภูผาม่าน จ.ขอนแก่น เจ้าของสร้อยคอทองคำ ดังกล่าวพร้อมกับเปิดเผยว่า ในวันนี้ตนกับนายคมเพชร ครสิงห์ นายก อบต.ห้วยม่วง ตั้งใจจะนำ กระเช้าสินค้าโอทอป ขึ้นชื่อของหมู่บ้านห้วยม่วง ต.ห้วยม่วง อ.ภูผาม่าน จ.ขอนแก่น และแหวนทองคำ มูลค่า 3 พันบาท เป็นของขวัญน้ำใจเล็กๆน้อยๆ มามอบให้กับ นายสมชาย กวีวิทยาภรณ์ อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70 หมู่16 ชุมชนหนองตาไก้ 1 ต.ชุมแพ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น พร้อมกับภรรยาแม่ค้าขนมจีน ข้าง บขส.เล็ก อ.ชุมแพ เพื่อเป็นการขอบคุณ หลังจากนำสร้อยคอทองคำ หนัก 3 บาทพร้อมจี้พระเลื่อมทองของตน ที่ทำหล่นหายนานถึง 9 วันส่งคืนให้ โดยมีนางสุภาวดี ศรีสุขวัฒน์ นายอำเภอชุมแพ นายณัฐพล ดีบุญมี ณ ชุมแพ รองนายกเทศมนตรีเมืองชุมแพ จ.ขอนแก่น เดินทางมาร่วมแสดงความชื่นชมยินดี

นางสุภี บุญมา เล่าให้ฟังว่า เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตนได้มาจับจ่ายซื้อของที่ตลาดในตัวเมืองชุมแพ ก่อนมาได้ถอดสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาทพร้อมจี้พระ ออกจากคอ แล้วใส่กระเป๋าถือไว้ จากนั้นก็เดินเลือกซื้อของ ไปเรื่อยๆทั้งวัน จนกระทั่งเวลาประมาณ 15.00 น.ตนรู้สึกหิว จึงได้มานั่งกินขนมจีนน้ำยาร้านเก่าแก่ ริมทาง ที่นั่งขายอยู่ข้างๆ บขส.เล็ก หลังจากกินเสร็จก็เปิดกระเป๋านำเงินออกจ่ายค่าขนมจีน โดยไม่คิดว่าสร้อยคอทองคำในกระเป๋าจะหล่น จากนั้นตนก็กลับบ้านโดยไม่ทราบว่า สร้อยคอทองทำได้หล่นหายไปแล้ว จนกระทั่งวันที่ 10 มิ.ย. ตนจะนำสร้อยคอทองคำมาใส่ จึงไปเปิดกระเป๋าปรากฎว่าไม่พบแล้ว ตนก็พยายามค้นหาและถามคนในครอบครัวว่าใครได้เอาไปหรือไม่ แต่ก็ไม่มีใครพบเห็น จึงคาดว่าทำหล่นหายไปแล้วอย่างแน่นอน นาทีนั้นนึกไม่ออกเลยว่าทำหายที่ไหน ได้แต่สวดมนต์ภาวนาถึงเหรียญหลวงพ่อโสธร ปี 2500 ที่เลื่อมทองติดอยู่กับสร้อยที่หายว่า ขอให้ได้พบทองด้วยเทอญ ทำแบบนี้ทุกวัน แต่ในใจจริงก็หมดหวังแล้ว ทำใจแล้วคิดว่ายังไงก็คงไม่ได้คืน

จนกระทั่งเวลาผ่านไป 9 วัน วันที่ 14 มิ.ย. ตนได้เดินทางมาที่ตลาดข้าง บขส.ชุมแพ อีกครั้งเพื่อมาซื้อข้าวสาร ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับร้านขนมจีน ที่เคยไปนั่งกิน ขณะกำลังซื้อข้าวสาร 2 สามีภรรยาเจ้าของร้านขนมจีน ได้กวักมือเรียก และถามว่าได้ทำของหล่นหายหรือไม่ จึงตอบไปว่า ทำสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาทพร้อมจี้พระหล่นหายในชุมแพ จากนั้นพ่อค้าขนมจีนจึงเอาสร้อยคอทองคำมาให้ดู แล้วถามว่าใช่ของตนไหม นาทีนั้นตนดีใจสุดๆ แบบไม่คิดว่าจะเจอคนดีแบบดีจึงตอบว่า ใช่ ก่อนที่พ่อค้าขนมจีนจะนำคืนให้และไม่ยอมรับสินน้ำใจหรือเรียกร้องสิ่งตอบแทนแต่อย่างใด พ่อค้าขนมจีนก็บอกกับตนว่า วันนั้นช่วงเย็นก่อนเก็บร้าน มีลูกค้ามานั่งกิน 3 คน ซึ่งตนเป็นคนสุดท้าย ที่ลุกออกจากร้าน ขณะกำลังเก็บเก้าอี้ก็มองเห็นสร้อยทอง หล่นอยู่ที่พื้น พ่อค้าก็คิดว่า เจ้าของสร้อยทอง น่าจะเป็น 1 ใน 3 คนนี้อย่างแน่นอน ที่ทำหล่นไว้ พ่อค้าขนมจีนจึงเก็บทองเอาไว้ ตั้งใจรอให้ลูกค้ามาถามหาหรือผ่านมาอีกครั้ง และตั้งแต่เก็บทองได้ ก็ได้แต่สวดมนต์ภาวนาถึงองค์พระที่สร้อย ขอให้เจ้าของผ่านมาทางนี้อีกจะได้นำส่งคืนให้ และแล้วปาฏิหารก็มีจริง ซึ่งตนไม่คิดไม่ฝันเลยว่าจะเจอคนดีๆขนาดนี้ รู้สึกดีใจ ประทับใจและขอบคุณในน้ำใจ พ่อค้าสองสามีภรรยาคู่นี้มากๆ หลังจากกลับบ้านตนก็ได้โพสต์เรื่องราวลงเฟสบุ๊คส่วนตัว ชื่นชมพ่อค้าขนมจีนคนนี้ เพื่อให้ทุกคนได้ทราบพร้อมกับชื่นชมคนดีของสังคม

ขณะที่นายสมชาย กวีวิทยาภรณ์ พ่อค้าขนมจีน พลเมืองดี เปิดใจกับผู้สื่อข่าว ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ว่า เมื่อวันที่ 6 ที่ผ่านมาเวลาประมาณ 15.30 น.ตนก็ได้ช่วยภรรยาเก็บร้านตามปกติ มีลูกค้าอยู่ในร้านประมาณ 7 คน ซึ่งคนที่ทำสร้อยทองหล่นจะเป็นลูกค้าคนสุดท้ายที่ลุกออกจากร้าน หลังจากนั้นตนก็ไปเก็บถ้วยขนมจีนและพบว่า มีสร้อยคอทองคำหล่นอยู่ที่พื้น ตรงที่หญิงคนนี้นั่งอยู่ จึงเก็บรักษาสร้อยเอาไว้ และถามภรรยาว่ารู้จักผู้หญิงคนนี้ไหมที่นั่งกินอยู่ด้านหน้า ภรรยาบอกว่า เขาเคยมากินขนมที่ร้านบ่อยอยู่ ตนจึงมีหวัง คิดว่าสักวันเขาจะกลับมา แล้วค่อยเอาคืนให้เขา ซึ่งถ้าอีกสักระยะไม่มาจริงๆตนก็จะนำไปแจ้งความที่ สภ.ชุมแพ เพื่อประกาศตามหาเจ้าของต่อไป และในวันที่ 14 ตนและภรรยา ก็ได้พบหญิงคนดังกล่าวที่ร้านขายของข้างๆ บขส. จึงเรียกมาสอบถาม และพบว่าเป็นผู้หญิงคนนี้จริงๆที่ทำสร้อยทองหล่นไว้ จึงนำคืนให้ หลังจากคืนให้แล้ว ก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก

ซึ่งตนขายขนมจีนอยู่ที่ บขส.เล็ก แห่งนี้มา 31 ปีแล้ว ไม่เคยคิดอยากได้ของคนอื่น มาเป็นของตน ตลอดระยะเวลาก็ทำแบบนี้มาโดยตลอด เมื่อมีใครทำของตกหล่นไว้ที่ร้านหรือพบเห็นที่ไหน ตนก็จะนำคืนให้ ถ้าไม่มีผู้มาติดต่อก็จะส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยยึดหลัก คิดถึงใจเขาใจเรา ถ้าเราทำของหล่นหายก็คงเสียดาย ไม่สบายใจเช่นกัน

ด้านนางสุภาวดี ศรีสุขวัฒน์ นายอำเภอชุมแพ จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า หลังจากทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้น ของพ่อค้าขนมจีนเก็บสร้อยคอทองคำได้แล้วนำส่งคืนเจ้าของ ก็รู้สึกประทับใจและดีใจเป็นอย่างยิ่งว่า สังคมเมืองชุมแพ ของเรายังมีคนดีๆ น่ายกย่อง แบบนี้อยู่จริง ซึ่งพ่อค้าคนนี้ถือเป็นแบบอย่างที่ดี ที่ทุกคนในสังคมควรปฏิบัติตาม ถึงแม้ว่าตัวเองจะไม่ได้ร่ำรวยอะไรมากนัก ทำงานประกอบอาชีพขายขนมจีนทุกวันเลี้ยงครอบครับ แต่ก็ไม่คิดที่จะหยิบฉวยโอกาสเอาของคนอื่นไปเป็นของตนเอง ซึ่งสร้อยคอทองคำหนัก 3 บาทถ้าตีมูลค่าเป็นเงินก็เกือบ 6 หมื่นบาท ถือเป็นเงินไม่ใช่น้อย ซึ่งทางอำเภอเตรียมทำใบประกาศนียบัตร ตอบแทนคุณความดี มอบให้ในโอกาสต่อไป สุดท้ายนายอำเภอก็อยากฝากถึงทุกคน ให้ดูพ่อค้าขนมจีนรายนี้เป็นแบบอย่าง เพื่อให้สังคมเราอยู่เย็นเป็นสุข และที่สำคัญมีโอกาสก็เรียนเชิญแวะอุดหนุนขนมจีนร้านนี้ด้วย เห็นว่าเป็นเจ้าเก่าดั้งเดิม รสชาดอร่อยไม่แพ้ที่ใด นายอำเภอชุมแพ กล่าวในที่สุด

Facebook Comments

Check Also

6 ข้อห้ามที่ร้านมือถือไม่ยอมบอก สำหรับคนที่ชอบ ชาร์จแบตมือถือผิดวิธี

เชื่อได้ว่าหลาย …