Home / ข่าวทั่วไทย / ผบ.ทร.ย้ำผัวฝรั่งเมียไทย สร้างบ้านทะเลภูเก็ตละเมิดอธิปไตยจ่อรื้อถอน

ผบ.ทร.ย้ำผัวฝรั่งเมียไทย สร้างบ้านทะเลภูเก็ตละเมิดอธิปไตยจ่อรื้อถอน

จากกรณีชาวต่างชาติและภรรยาชาวไทยสร้างบ้านลอยน้ำกลางทะเลไทย โพสต์เฟซบุ๊กเรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยพาเขากลับสหรัฐ และขอให้ภรรยาได้รับการลี้ภัยด้วย เนื่องจากถูกทางการไทยติดตามไล่ล่าตัว ทั้งที่ไม่มีความผิด ล่าสุด นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ยืนยันการกระทำของสามีภรรยาคู่นี้มีความผิดตามกฎหมายไทยหลายฉบับ และยังถือเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ

ทั้งนี้ชายต่างชาติ และภรรยาชาวไทย สมาชิกกลุ่ม Sea-steading ที่ได้สร้างบ้านลอยน้ำนอกชายฝั่ง ห่างจากเกาะราชา อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต ประมาณ 12 ไมล์ทะเล ซึ่งตามากองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล หรือ ศรชล.เขต 3 ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบ้านกลางทะเลแล้ว พบว่า บ้านลอยน้ำขนาด 3 คูณ 3 กีดขวางเส้นทางเดินเรือ ทั้งเหนือเเนวน้ำเเละใต้เเนวน้ำ จนอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อการเดินเรือของเรือชนิดต่าง เนื่องจากสิ่งก่อสร้างนั้นไม่มีอุปกรณ์เตือนภัยใดๆ ในการเเจ้งบอกเรือที่สัญจรไป-มา

นอกจากนี้นายเอลวาร์ตอฟสกี ยังระบุในอีเมลที่เขาส่งให้กับช่อง 7 แอคชัน นิวส์ ของดับเบิลยูเอ็กซ์วายซี ว่า ตนเป็นห่วงในชีวิตของตัวเองกับแฟน และตอนนี้พวกเขากำลังหลบซ่อนตัว “ทหารไทยต้องการให้เราตาย วิธีที่พวกเขาใช้ที่นี่คือ สร้างเรื่องราวขึ้นมาในสื่อของพวกเขา และก็เอามันมาใช้ เรื่องราวที่ว่าคือ เราเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ และเราอาจเผชิญโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือประหาร พวกเขาไม่ต้องการให้เรารอดเพื่อเล่าเรื่องฝั่งเรา”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : กองทัพเรือแจ้งความแล้ว หนุ่มฝรั่งเมียไทย ปลูกบ้านล้ำทะเลภูเก็ต ทำวุ่นไปทั่วอ้างโดนล่าตัว ดึงสื่อตปท.ร่วมป่วน

ล่าสุด พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวถึงปัญหาการสร้างบ้านลอยน้ำในทะเลใกล้เกาะภูเก็ต หรือที่เรียกกันว่า Seasteading โดยยืนยันว่า จะต้องไม่มีและต้องทำการรื้อถอน ซึ่งเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทางทะเล จะเกี่ยวกับหลายวิชาชีพ จึงต้องใช้บทบาทของ ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล หรือ ศรชล. ซึ่งตอนนี้ปรับมาเป็นศูนย์อำนวยการแล้ว และมี พ.ร.บ. ศรชล. พ.ศ.2562 เป็นของตัวเองแต่กฎหมายลูกอยู่ระหว่างการจัดทำ จึงยังไม่ครอบคลุมในการนำไปใช้บังคับ

แต่ 6 หน่วยงานหลัก ที่เกี่ยวข้องอย่าง กองทัพเรือ กรมเจ้าท่า ตำรวจน้ำ กรมประมง กรมศุลกากร และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งรวมถึงหน่วยงานสนับสนุนอื่น เช่น กระทรวงการต่างประเทศ ก็ยังคงติดตามเรื่องนี้ ที่สำคัญกรณีนี้ก็ต้องมาดูว่าเกี่ยวข้องกับใคร เช่น สร้างที่ไหน มีใบอนุญาตให้สร้างหรือไม่ ส่วนข้ออ้างที่ว่า บ้านลอยน้ำถูกสร้างอยู่นอกพื้นที่ 12 ไมล์ทะเล ซึ่งอยู่นอกเหนืออํานาจอธิปไตยไทยนั้น ผู้บัญชาการทหารเรือ โต้กลับว่า รู้ได้อย่างไรว่าเกิน 12 ไมล์ทะเล คุณมี GPS หรือไม่ ใครๆก็พูดได้ แล้วหลักฐานคืออะไร

พร้อมกันนี้ยืนยันว่า ทหารเรือไม่เคยไล่ล่า แต่การไปโพสต์ข้อความใน Facebook หรือแม้กระทั่งการเผยแพร่ข่าวของสำนักข่าวต่างประเทศในทำนองแบบนี้ ก็ถือเป็นเรื่องของเขา ก็ให้ว่าไป และแม้ไทยจะยังไม่มี Coast Guard หรือ หน่วยยามฝั่ง (ดูแลทางทะเลด้านกฎหมาย) แต่ยังมีกฎหมายของ 4 หน่วยงานอย่าง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) / ศุลากากร / รัษฎากร และสาธารณสุข บังคับใช้ได้อยู่ แต่ขอย้ำว่าการออกนอก 12 ไมล์ทะเลไปแล้ว ไทยก็ยังมีสิทธิอธิปไตย อยู่

ขณะเดียวกัน พล.ร.ท.สิทธิพร มาศเกษม ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลเขต 3 (ศร.ชล.เขต 3) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการทางกฎหมายกับนายแชด เอลวาร์ตอฟสกี ชาวอเมริกัน และนาเดีย หรือนางสุปราณี เทพเดช ภรรยาชาวไทยเจ้าของบ้านลอยน้ำในทะเลใกล้กับ จ.ภูเก็ต เพื่อหวังตั้งเขตปกครองตัวเองในทะเล ว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรวิชิต จ.ภูเก็ต กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อส่งเรื่องต่ออัยการตามกระบวนการยุติธรรม เพื่อดำเนินการกับสองสามีภรรยาดังกล่าวตามพยานหลักฐานที่ปรากฏตามความผิดประมวลกฎหมายอาญา ม.119 เนื่องจากพบว่ามีการเชิญชวนคนมาสร้างสิ่งปลูกสร้างเพื่ออยู่ในทะเล ถือว่าเป็นการกระทำที่กระทบต่อความมั่นคงและอธิปไตยของชาติ อีกทั้งทางจังหวัดภูเก็ตก็จะดำเนินการขยายผลในข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย โดย ศร.ชล.เขต 3 จะร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป

นอกจากนี้ พล.ร.ท.สิทธิพร ยังกล่าวอีกว่า ล่าสุดสิ่งปลูกสร้างยังคงอยู่ที่เดิม โดยมีเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบตลอดเวลา ซึ่งพบว่ายังไม่มีการดำเนินการกลับมาใช้ประโยชน์ใดๆเพิ่มเติมอีก ทั้งนี้หากคดีดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายแล้วก็จะต้องมีการรื้อและยึดสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ พล.ร.ท.สิทธิพร ยังได้ยืนยันว่า ทางเจ้าหน้าที่ และพนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายปกติทุกขั้นตอน ไม่เคยข่มขู่คุกคามหรือตามล่าแต่อย่างใด อีกทั้งจนถึงขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ก็ยังไม่พบตัวสองสามีภรรยา เบื้องต้นทราบว่าสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ได้ยื่นถอนวีซ่าสามีที่เป็นคนต่างชาติเรียบร้อยแล้ว โดยหลายฝ่ายและหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันเป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม พล.ร.ท.สิทธิพร กล่าวปิดท้ายว่า จากนี้ทางเจ้าหน้าที่ศร.ชล. และทัพเรือภาคที่ 3 จะต้องดำเนินการเฝ้าระวังและป้องกัน เพราะถือว่าเป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อย่างไรก็ตามจากนี้ต้องขอร้องให้ชาวบ้านในทุกพื้นที่ช่วยกันตื่นตัว เฝ้าระวัง และร่วมมือกันป้องกันดูแลพื้นที่ของตนเองด้วย

สรุปแนวทางการดำเนินการต่อไป คือ ให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรวิชิต ส่งสำนวนการสอบสวนให้อัยการสูงสุดดำเนินการรับเป็นคดีแล้ว จึงจะดำเนินการยึดของกลาง (บ้านลอยน้ำ) ได้ โดยการดำเนินการเคลื่อนย้ายบ้านลอยน้ำกลับเข้าสู่ฝั่ง ทัพเรือภาคที่ 3 เจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 สาขาภูเก็ต สถานีตำรวจภูธรวิชิต สถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต และจังหวัดภูเก็ต เตรียมวิธีการลากบ้านลอยน้ำดังกล่าว

โดยมี ขั้นตอนการปฏิบัติงานดังนี้ ขั้นที่ 1 วางแผนเตรียมการตรวจสอบโครงสร้างบ้านลอยน้ำ ขั้นที่ 2 ออกเรือนำทีมเจ้าหน้าที่จาก กองโรงงาน ฐานทัพเรือพังงา และ ชุดปฏิบัติการพิเศษ ทัพเรือภาคที่ 3 เข้าตรวจสอบโครงสร้าง ขั้นที่ 3 ปรับแผนการปฏิบัติ และเตรียมอุปกรณ์ในการลากบ้านลอยน้ำ ขั้นที่ 4 ดำเนินการเคลื่อนย้ายบ้านลอยน้ำกลับเข้าฝั่ง ขั้นที่ 5 ดำเนินการเก็บรักษาบ้านลอยน้ำ ณ สถานที่เก็บ โดยทำการส่งมอบให้กับสถานีตำรวนภูธรวิชิต
เพื่อดำเนินการเก็บรักษาเป็นของกลางในการดำเนินคดีต่อไป

กองทัพเรือขอเรียนให้ทราบว่า กองทัพเรือ ซึ่งมีหน้าที่ในการรักษาเอกราช อธิปไตยและความมั่นคงของชาติทางทะเล จากเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้กระทำการเป็นกลุ่มบุคคลที่มีแนวความคิดจะสร้างถิ่นฐานถาวรกลางทะเลนอกเขตอำนาจอธิปไตยของรัฐต่าง ๆ โดยพยายามอาศัยช่องโหว่ของกฎหมายมาดำเนินการโดยมิได้ดำเนินการขออนุญาตต่อทางการของประเทศไทยแต่อย่างใด

รวมทั้งยังเชิญชวนให้กลุ่มคนที่มีแนวความคิดเดียวกันเข้ามาพักอาศัยหรือสร้างเพิ่มเติม ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวแสดงออกถึงความมีเจตนาไม่เคารพต่อกฎหมายของประเทศไทยในฐานะรัฐชายฝั่ง และจะทำให้เกิดรัฐใหม่ในอาณาเขตทางทะเลของประเทศไทย ซึ่งหากไม่มีการดำเนินการแก้ไข ปัญหาดังกล่าวอาจจะขยายวงกว้างและยากที่จะแก้ไข อันจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศไทยรวมทั้งจะส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคมและผลประโยชน์ของชาติทางทะเลอย่างมหาศาลเพื่อเป็นการพิทักษ์ไว้ซึ่งเอกราช อธิปไตย และความมั่นคงของชาติทางทะเลที่ผู้ใดจะละเมิดมิได้ กองทัพเรือจึงได้ประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายเข้ามาดำเนินการแก้ไข ปัญหานี้ ตามตัวบทกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไปโดยกองทัพเรือ ขอยืนยันว่า กองทัพเรือ ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งเมื่อตรวจพบการกระทำผิดก็ได้แจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการไปตามกระบวนการตามอำนาจหน้าที่ โดยปัจจุบันเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งนี้ กองทัพเรือ ไม่ได้ส่งกำลังพลติดตามหรือคุกคามตามที่ นายแชด เอลวาร์ตอฟสกี และภรรยา ให้ข่าวกับสื่อต่างประเทศ แต่อย่างใดทั้งสิ้นการดำเนินการทุกอย่างจะเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย กองทัพเรือจึงขอความกรุณาให้ท่านช่วยนำเสนอข้อเท็จจริงดังกล่าวให้สาธารณชนได้รับทราบต่อไปและหากท่านมีข้อสงสัย หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ขอความกรุณาติดต่อสอบถามได้ที่ สำนักงานโฆษกกองทัพเรือโดยตรง

ที่มา:tnews

Facebook Comments

Check Also

ตำรวจจราจร-ปชช. แห่จอดรถรุมเก็บราวกับโปรยทาน เห็นชัดๆ ยกนิ้วให้เลย

เรียกได้ว่าเป็น …